บทความ
::::: .. เกาะล้าน .. ในวันฝนพรำ .. :::::

ชลบุรี

2011-06-24 13:54:39


.. ระหว่าง "เกาะล้าน" กับ "ฉัน" ก่อนหน้านี้เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเลย ได้ยินผ่านหู .. ได้เห็นผ่านตามาบ้าง ก็ดูว่าสวยดีแต่ท่าทางจะวุ่นวายและไม่สงบ ฉันไม่เคยมีความรู้สึกว่า "อยากไป" ไม่รู้เหมือนกันสินะว่าทำไม .. ?? จนมาถึงวันนึง .. วันที่เหนื่อยแสนเหนื่อย จู่ ๆ ก็นึกอยากไปทะเลขึ้นมาซะงั้น แต่ .. " เกาะล้าน " ก็ไม่ได้เป็นตัวเลือกที่อยู่ในความทรงจำอยู่ดี ไม่น่าเชื่อนะว่า .. ที่สุดแล้ว ฉันกลับได้ไปยืนอยู่บนที่ ๆ ไม่เคยคิดว่าจะไป ที่ ๆ เคยคิดว่ามันวุ่นวายดูไม่สงบ แต่สิ่งที่เห็น .. กลับไม่ใช่สิ่งที่เป็น " เกาะล้าน .. ในวันฝนพรำ " การเดินทางครั้งนี้ให้อะไรที่มากกว่าความสุข นั่นก็คือ .. "ความทรงจำดี ๆ เสี้ยวหนึ่งในชีวิต" ความทรงจำที่ฉันเชื่อว่าตัวเองจะไม่มีวันลืม. ..

.. " เฮ้ย .. ไปทะเลกันมั้ยวะ " ฉันถามเพื่อนสองคนขึ้นมาในวันหนึ่งที่เรานั่งคุยกันอยู่ " อารมณ์ไหนของแกเนี่ย " " อารมณ์เหนื่อยว่ะ .. อยากไปพัก " ฉันชวนเพื่อนสนิทสองคนที่มักจะไปไหนมาไหนกันเสมอ ๆ อาจเป็นเพราะฉันเป็นคนเพื่อนน้อยจนถึงน้อยมาก เวลาไปไหนก็จะมีกันอยู่แค่นี้แหละที่ยังเหนียวแน่น " แล้วแกจะไปทะเลที่ไหน " เพื่อนฉันถามขึ้นมา " ไม่รู้สิ ที่ไหนดี " มันก็เป็นแค่ความอยากสำหรับฉันมันที่ไหนก็ได้ " งั้นไปเกาะล้าน " ..

.. เชื่อมั้ยว่า .. ฉันไม่เคยไปเกาะล้าน ถ้าไปชลบุรีนั่นก็คือไปพัทยา ไปศรีราชา ไปบางแสน ไปเกาะสีชัง แต่สำหรับเกาะล้านฉันผ่านมันไปได้ยังไง หลังจากที่เราสามคนตกลงกันได้ หน้าที่ในการหาที่พักก็ตกเป็นของฉัน เพราะว่าฉันสิงสถิตย์เป็นวิญญาณลอยล่องอยู่ในห้องบลู ฉันเข้าไปหาข้อมูลอยู่ในห้องบลูวันนึงเต็ม ๆ สำหรับที่พัก โดนใจอยู่ 2 ที่ ก็คือ "บ้านเฉลียงลม" และ " Bee Orchid Resort" ฉันเลือกโทรไปที่บ้านเฉลียงลมก่อน แต่ก็กินแห้วกลับมาด้วยเหตุผลว่า .. " ไม่รับเด็กต่ำกว่า 7 ขวบ " การเดินทางของฉันทุกคนนอกจากเรา 3 คนแล้ว จะมีลูกลิง 1 ตัวตอนนี้อายุ 1 ขวบ 10 เดือน พ่วงไปด้วยทุกครั้ง .. เพื่อนของฉันเป็น Single mum ลูกลิงตัวนี้ก็เปรียบเหมือนลูกของเราสามคน ไปไหนไปด้วยกันตลอดตั้งแต่เจ้าตัวเล็กอยู่ในท้องแม่มัน เป้าหมายเปลี่ยนไปที่ที่ Bee Orchid และก็ได้สมใจ ในราคา 1,600 บาทสำหรับ 3 คน + 1 ลูกลิง ฉันจองบ้านพักก่อนวันเดินทางเพียงแค่ 4 วัน ถ้าเป็นช่วงหน้า Hight Season คงไม่ไมีโอกาสแบบนี้ ..

.. บีออร์คิดส์เป็นรีสอร์ทเล็ก ๆ ประมาณ 12 หลัง อยู่ไกลจากท่าหน้าบ้านประมาณ 150 เมตร เดินจากท่าเรือมาที่รีสอร์ทได้สบาย ๆ ยังไม่ทันเหนื่อย ก้าวแรกที่เข้ามาถึงรีสอร์ทรู้สึกได้ถึงความเงียบสงบ ซึ่งเหมาะกับจุดประสงค์หลักที่ฉันต้องการมาพักผ่อน นอกจากนั้นยังร่มรื่น ร่มเย็นไปด้วยต้นไม้หลากหลาย ด้านขวามือจะไปโถงโล่ง ๆโปร่ง และดูมีดีไซน์ มีเก้าอี้รับแขกสีสันสดใสไว้สำหรับรอ Check - in ..

.. บีิออร์คิดส์เป็นรีสอร์ทขนาดเล็กไม่ได้ใหญ่โตมากมาย เป็นกิจการที่ทำกันเล็ก ๆ ภายในครอบครัว แต่มีการบริหารงานที่ดี มีความเป็นกันเอง ดูแลและเอาใจใส่แขกทุกคนเหมือนมาเที่ยวบ้านเพื่อน รีสอร์ทจะแบ่งเป็นบ้านหลังแยกกันอย่างสิ้นเชิง ไม่ต้องใช้ผนังร่วมกับใคร .. ป้องกันเสียงรบกวนจากกิจกรรมยามค่ำคืน (กินเหล้า, เล่นไพ่, อะไรแบบนั้นอย่าคิดมาก) ..

.. ด้านหน้าก็มีระเบียงพร้อมชุดเกา้อี้เล็ก ๆ ไว้สำหรับนั่งเล่นดูเดือน ดูดาว หยอกล้อกันไป สำหรับใครที่มาเป็นคู่ ๆ ทำให้คนมาเป็นคี่ ๆ อย่างฉันอิจฉา ..

.. เมื่อฉันเลือกที่พักเป็นที่ถูกใจเราทุกคนแล้ว ก็มานั่งนับวันรอว่าเมื่อไหร่จะวันศุกร์ ๆ ๆ ๆ ๆ ซะที ความอยากไปมันไม่เข้าใครออกใคร .. มันล้นแล้ว แต่พอถึงเช้าวันศุกร์ฟ้าฝนกลับไม่เป็นใจ ฉันออกจากที่พักแถวหนองแขมตอนประมาณ 6 โมงครึ่ง เพื่อไปให้ทันนัดเพื่อนอีก 2 คน + 1 ลูกลิงตอน 9 โมงเช้า การเดินทางครั้งนี้เราตกลงกันว่าเราจะไม่ขับรถไป แต่เราจะไปโดยรถตู้ที่มีเยอะมากที่อนุเสาวรีย์ เพราะคิดแล้วค่ารถไปกลับยังไม่ถึงครึ่งของค่าน้ำมันขาไปเลย ฉันขึ้นรถไฟฟ้าจากวงเวียนใหญ่มาพร้อมเพื่อนอีกคน มาถึงอนุเสาวรีย์เกือบเก้าโมงเช้ารอเพื่อนอีกคน + ลูกลิง หันไปหันมาเห็นร้านกาแฟน่ารัก ๆ หน้าเซ้นจูรี่ เป็นรถตู้สีชมพูเปิดด้านข้างทำเป็นร้านกาแฟ และยังตั้งโต๊ะสีชมพูสดในไว้รายล้อม ..

.. ระหว่างนั่งรอเพื่อนก็สั่งอาหารเช้าเบา ๆ มากินกัน 1 ชุด ขนมปังปิ้งหน้าเนยนมและหน้าหมูหยองน้ำพริกเผา 2 แผ่น และชาพีชปั่น .. ก็ทำให้เช้าวันฝนพรำสดชื่นขึ้นมาบ้าง ..

.. รออยู่ไม่นานเพื่อนก็กระเตงลูกลิงมาถึง ฉันโฉบไปดูตั๋วรถว่ามีรอบกี่โมง .. คนขับบอกจะออกแล้ว ก็มาตามเพื่อนไปซื้อตั๋ว 3 คน คนละ 100 บาท เป็น 300 บาท กะว่าจะให้ลูกลิงนั่งตักแต่พอชะโงกเข้าไปในรถตู้ เหลือที่ 4 ที่ด้านหลังรถก็เลยไปซื้อมาอีก 1 ที่ ลูกลิงจะได้นอนยาวสบาย ๆ เราก็เลยยึดด้านหลังมาครอง รถออกจากเซ็นจูรี่ประมาณ 10 โมงครึ่งระหว่างทางฝนตกหนักมาก ยิ่งเข้าตัวอำเภอศรีราชาตกแบบไม่ลืมหูลืมตา .. นึกหวั่นใจอยู่เหมือนกัน แต่พอมาถึงท่าเรือที่แหลมบาลีฮาย .. ไม่มีฝนเลยสักเม็ดเพราะตกไปแล้ว แต่ท้องฟ้ายังเน่าอยู่ .. ไม่เป็นไรแค่ฝนไม่ตกก็พอใจแล้ว ..

.. เดินไปจัดการซื้อตั๋วเรือคนละ 30 บาท ได้เรือบรอบบ่ายโมง ดูนาฬิกาอีก 10 นาทีบ่ายโมงคงไม่ต้องรอนานเท่าไหร่ ออกเดินหน้าไปท่าเทียบเรือ A .. ค่อย ๆ เดินลงบันไดไปรอในเรือ ..

.. แล้วคนเก็บตั๋วก็ปล่อยให้พวกเราไปนั่งรอในเรือกันเท้งเต้ง หลังจากหอบหิ้วข้าวของทั้งหมดแล้วกระเตงลูกลิงลงเีรือ เราก็ไปนั่งเล่นอยู่ในเรือต่ออีกเกือบครึ่งชั่วโมง เพื่อรอให้คนเต็ม .. เรือถึงจะออกจากท่า ระหว่างรอไม่มีอะไรทำก็ควักกล้องขึ้นมากด ๆ เก็บไว้ มองไปรอบ ๆ ตัวมีแต่น้ำกับฟ้า .. และหน้าคนที่กำลังรอคอย ..

.. รอไปรอมาได้ของกินเล่นเบา ๆ มารองท้อง ไส้กรอกกับลูกชิ้น 6 ไม้ มะม่วงอีก 2 ลูก โค้กอีกคนละขวด กว่าเรือจะออกพวกเราก็อิ่มกันได้ที่ ..

.. เรือแล่นออกจากท่าเกือบบ่าย 2 โมง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาทีก็ถึงท่าหน้าบ้าน ระหว่างที่รอเรือเทียบท่าจะเห็นได้ว่า .. มีบ้านพักริมทะเลสีสันสดใสอยู่มากมาย ..

.. เรือจอดเทียบท่าสนิทพากันขนของขึ้นมาจากเรือหมดแล้ว ฉันก็โทรเข้าไปที่รีสอร์ทเพื่อสอบถามว่าจะให้ไปทางไปหนยังไง ทางรีสอร์ทก็บอกให้เดินเลี้ยวขวาจากท่าหน้าบ้านมาเรื่อย ๆ จะมีป้ายบอกทางอยู่ตลอดประมาณ 150 เมตร ..

.. พวกเราก็เริ่มออกเดินทาง .. แวะดูโน่น ดูนี่กันเรื่อยมา เดินไม่ทันเหนื่อยก็มาถึง " Bee Orchid Resort " จัดการติดต่อทำการ Check in เรียบร้อย น้องพนักงานก็พาเดินมาที่บ้านที่จองไว้ B10 มีพนักงานต้อนรับหนุ่มหล่อรอพวกเราอยู่ที่ระเบียงบ้านด้วย ..

.. เข้าบ้านได้พวกเราก็ล้างหน้าล้างตา เตรียมตัวออกไปหาอะไรใส่ท้อง เพราะว่าเลยเวลามื้อกลางวันมาค่อนข้างนาน ลูกลิงจะหิวตายซะก่อน .. รวมทั้งxxxถึกอย่างพวกเราด้วย พวกเราตกลงเช่ามอเตอร์ไซค์กับทางรีสอร์ท คันละ 300 บาท .. พร้อมน้ำมันเต็มถัง 2 คัน เราไปกัน 3 คน + 1 ลูกลิง ฉันเลยต้องขี่คนเดียว ถ้าไปกันเป็นจำนวนน้อยแบบนี้เช่ามอเตอร์ไซค์ดีกว่า เพราะว่าค่าบริการเดินทางไปแต่ละหาดก็ราคาค่อนข้างสูง ไป - มา ก็พอ ๆ กับค่าเช่ามอเตอร์ไซค์ ไ้ด้มอ'ไซค์มาคนละคันก็ออกร่อนมาหาข้าวกินกันที่ท่าหน้าบ้าน พวกเราแวะกินข้าวกลางวันที่ร้าน "คุณพจน์" ติดกับ 7-11 ถือว่าเป็นร้านที่บรรยากาศดีทีเดียวถ้าขึ้นมากินและรับลมที่ชั้นลอย เพราะจะมองเห็นวิวทะเลระหว่างกินข้าวไปด้วย ..

.. หลังจากสั่งอาหารตามสั่งไปคนละจานเราก็นั่งรอ วันที่ฉันไปเป็นวันศุกร์เลยมีแค่โต๊ะเราโต๊ะเดียว ราคาอาหารถือว่าไม่แพงมากสำหรับการต้องขนข้ามเกาะมา อาหารจานเดียวอยู่ที่จานละ 40 บาท ไข่ 10 บาท น้ำอัดลมขวดละ 20 บาท น้ำแข็งเปล่าฟรี รอไม่นานอาหารก็เริ่มทยอยมาเสิร์ฟทีละจาน ของฉันเป็น "ผัดกะเพราปลาหมึก + ไข่เจียว" ..

.. ส่วนของเพื่อนเป็น "ผัดพริกแกงกุ้ง" ..

.. " ผัดพริกแกงปลาหมึก " ..

.. รสชาดอาหารโดยรวมใช้ได้ติดหวานไปนิดนึงแต่เติมน้ำปลาพริกก็โอเค ที่สำคัญคืออาหารที่นำมาปรุงสดมาก ทั้งปลาหมึก และ กุ้ง และไม่หวงเครื่องใส่ปลาหมึกและกุ้งมาให้หลายชิ้นสมน้ำสมเนื้อกับราคา อิ่มหนำสำราญกันดีแล้วก็ได้ฤกษ์ออกเดินทางไปสำรวจเกาะ อย่างที่บอกว่าฉันเองก็ไม่เคยมาเกาะล้าน ครั้งนี้เป็นครั้งแรก ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มไปไหน ทางไหน ยังไงดี .. จนไปเห็นแผนที่โบราณหน้าร้านขายของที่ระลึก งั้นไปตามแผนที่นี้ก็แล้วกัน .. เริ่มจากวนขวาก่อน ..

.. จะไปหาดไหนกันก่อนดี .. ?? ..

.. หาดแรกที่เราไปเยี่ยมเยือนและเหยียบย่ำฝากรอยเท้าเอาไว้ ก็คือ "หาดตายาย" .. เป็นหาดที่มีโค้งอ่าวเล็ก ๆ และเงียบสงบมาก ที่หาดแห่งนี้มีคนอยู่ไม่ถึง 10 คน ต่างคนต่างก็มีกิจกรรมของตัวเอง เล่นน้ำ พายเรือคา่ยัด นอนอาบแดด นอนอ่านหนังสือ ถ่ายรูป นอกจากจะเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของคนแล้ว ก็ยังมีเพื่อนสี่ขามานั่งพักผ่อนหย่อนใจมองทะเลอยู่ริมหาดด้วย ฉันหันไปเห็นเจ้าตูบสี่ขานั่งเหม่อมองทะเลดูเหงา ๆ หงอย ๆ ชะมัด ..

.. ส่วนตัวเองเดินเล่นถ่ายรูปอยู่สักพักก็คิดว่าไหน ๆ ก็มาถึงทะเลแล้ว จะไม่โดนน้ำทะเลเลยก็ดูจะยังไงอยู่ (แต่ใจน่ะโดดลงทะเลไปตั้งนานแล้ว) สลัดรองเท้าได้ .. ก็เริงร่าเอาเท้าจุ่มน้ำทันที .. น้ำใสมากกกกก ..

.. ทะเลเรียบ .. แทบจะไม่มีคลื่นลมเลย เสียอย่างเดียวท้องฟ้าปิด .. ฟ้าไม่ใสเท่าน้ำทะเล ..

.. ลั้น ลา ร่าเริงอยู่ที่หาดตายายประมาณ 20 นาทีเราก็มูฟไปต่อกันที่หาดอื่น จากหาดตายาย .. เราขี่รถย้อนกลับมาทางท่าหน้าบ้าน พยายามหาทางไปหาดตาแหวนแต่ก็ไปผิดทางตลอด จนไปเจอป้ายบอกทางไป "หาดนวล " .. งั้นเราก็เปลี่ยนเป้าหมาย ระหว่างทางไปหาดนวลเป็นป่าหญ้าข้างทาง .. มีดอกหญ้าขึ้นแซมเป็นระยะ ..

.. ระยะทางจากท่าหน้าบ้านไปหาดนวลค่อนข้างไกล ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีกว่าจะไปถึง .. และทางค่อนข้างเปลี่ยว แต่เมื่อมาถึงก็ไม่ผิดหวัง .. เป็นอีกหาดนึงที่บรรยากาศดีมาก แต่คนจะเยอะมากกว่าหาดตายายและคลื่นแรงกว่ามาก ..

.. "ลูกลิง" เห็นน้ำก็วิ่งหน้าตั้งไปทันที ..

.. หลังจากใช้เวลาเดินเล่นถ่ายรูปที่หาดนวลประมาณ 20 นาที เราก็ออกเดินทางกันต่อเพื่อไปให้ถึง " หาดตาแหวน " เพราะลูกลิงอยากเล่นน้ำเต็มทีแล้ว .. ก็ออกเดินทางกันเลย ระยะทางระหว่างหาดนวลไปหาดตาแหวนค่อนข้างxxxงกัน และถนนไปหาดตาแหวนจะต้องขึ้นเขาสูงเป็นระยะ ผ่านโค้งหักศอกซึ่งคนที่ขี่รถจะต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมาก ไม่งั้นอาจมีการแหกโค้งเข้ารกเข้าพงกันได้ .. ซึ่งมีให้เห็นบ่อย ๆ ..

.. หาดตาแหวนจัดเป็นหาดที่พลุกพล่านที่สุดบนเกาะล้าน เป็นหาดที่มีน้ำใส .. ทรายขาวละเอียด .. และไม่มีคลื่น ช่วงที่พวกเราเดินทางไปถึงหาดตาแหวนก็เกือบ 5 โมงเย็น ผู้คนเริ่มบางตาไปมากแล้ว .. แต่ก็ยังถือว่าคึกคักอยู่ ..

.. ปกติแล้วราคาค่าครองชีพที่หาดตาแหวนจะอยู่ในขั้นสูงถึงสูงมาก เตียงอาบแดดราคาเตียงละ 100 บาทขาดตัวไม่มีการต่อรอง อาหาร น้ำดื่มไม่ต้องพูดถึงแพงกว่าปกติ 2 - 3 เท่า เรียกว่าราคานักท่องเที่ยวต่างชาติโดนฟันกันหัวแบะได้ และอีกอย่างหนึ่งที่ถือเป็นสีสันของหาดตาแหวนนั่นก็คือ "ห่วงยาง" พอมาถึงหาดตาแหวนกล้องทุกกล้องก็ถูกเก็บลงกระเป๋า แล้วพวกเราก็เอาตัวเองลงไปเริงร่าอยู่ในทะเล .. สดชื่นมาก น้ำใส .. ทรายขาว .. ทะเลเรียบไม่มีคลื่นลม เช่าห่วงยางมา 1 ห่วงพาลูกลิงออกไปลอยกลางทะเล เห็นเจ้าตัวเล็กมีความสุข .. เราก็สุขตามไปด้วย แอบทำหลานสำลักน้ำไปทีตอนลากกันลงทะเล .. ฮ่าฮ่าฮ่า ..

.. หลังจากที่กลับจาก "หาดตาแหวน" พวกเราก็แวะสั่งอาหารเย็นกันที่ร้านของสดตรงท่าหน้าบ้าน ราคาของทะเลสดบนเกาะล้านถือว่าราคาค่อนข้างสูง แต่ก็ไม่สูงมากจนไม่สมเหตุสมผล ..

.. ดินเนอร์ซีฟู้ดของเราในวันนั้นมีปูม้านึ่ง 1 กิโล 400 บาท หอยแครงเผา 1 กิโล 120 บาท ปลาหมึกย่าง 1/2 โล 160 บาท ปลากระพงเผาตัวละ 250 บาท ข้าวผัดปูจานใหญ่ 150 บาท ส้มตำปูม้า 60 บาท กุ้งนึ่ง 1 แพ็คเล็ก 100 บาท (ลงราคาเพื่อให้ดูว่าราคาอาหารประมาณนี้ เป็นข้อมูลในการตัดสินใจ) ..

.. กินกันจนอิ่มพุงปลิ้นในที่สุดก็ไม่หมด นั่งพักพุง .. ผึ่งลม .. ชมจันทร์ กันที่ระเบียงหน้าบ้าน ..

.. พอสี่ทุ่มกว่าก็ย้ายจากระเบียงหน้าบ้านเข้ามากินน้ำ ๆ กันต่อในห้อง เที่ยงคืนก็แยกย้ายเตียงใครเตียงมัน ..

.. อาจเป็นเพราะผลจากน้ำอมฤตทำให้หลับสบายมาก เรียกได้ว่าหลับรวดเดียวถึงเช้าตื่นมาอีกทีก็ 7 โมงเช้า ที่ตั้งใจว่าจะไปทักทายพระอาทิตย์ยามเช้าที่ท่าหน้าบ้าน ก็เป็นอันอดไปตามระเบียบ .. ได้แต่คิดไว้ว่าคราวหน้าจะไม่พลาด ..

.. ตื่นมา 7 โมงจัดการกับตัวเองเรียบร้อยก็ไปกินอาหารเช้าซึ่งเป็น ABF คนละชุด จัดการกับ ABF พร้อมทั้งกาแฟ น้ำส้ม ปาท่องโก๋อีกคนละ 2 - 3 ตัว ก็ได้เวลาออกเดินทาง ยังเหลืออีก 2 - 3 หาดที่เรายังไม่ได้ไปเมื่อวานนี้ .. ช่วงเช้าก็เลยกะเก็บให้หมด ..

.. หาดแรกสำหรับเช้าวันที่ 2 ของเราก็คือ "หาดแสม" หาดแสมเป็นหาดที่ค่อนข้างพลุกพล่านหาดนึงของเกาะล้าน แต่อาจจะเป็นเพราะว่าตอนที่เราไปถึงยังเป็นเวลาเช้ามาก ก็เลยยังไม่มีผู้คนมากเท่าไหร่นัก .. แต่คาดว่าช่วงสายคงเยอะแน่ เพราะกะคร่าว ๆ จากเตียงอาบแดดที่วางเรียงรายเป็นทิวแถว ..

.. ช่วงเช้าที่ไปถึงน้ำลงพอดีทำให้สภาพของหาดแสมดูกว้างมาก ทะเลดูxxxงไกลออกไป .. มีแอ่งน้ำแอ่งเล็ก ๆ อยู่ประปราย ลูกลิงก็ลงไปวิ่งเล่นอยู่ในแอ่งน้ำนั่นแหละ ที่หาดแสมในวันนั้นคลื่นลมค่อนข้างแรงทีเดียว ฟ้าฝนก็ไม่เป็นใจมองไกล ๆ ไปที่ฝั่งพัทยาเห็นฝนตกอยู่ไกล ๆ ..

.. ถึงแม้การมาทะเลครั้งนี้ของฉันจะไม่ได้ท้องฟ้าใส ๆ กลับไป ต่อให้ฟ้าจะมืด .. ฝนจะตกแค่ไหน .. ฉันว่าฉันก็สุขใจนะที่ได้มา เพราะฉันว่าในระหว่างการเดินทาง .. มันมีความทรงดี ๆ มาทดแทนเรื่องแย่ ๆ ให้จดจำได้อีกมาก ..

.. อย่างน้อย .. ในวันนี้ฉันก็ได้เห็นว่าชีวิตเล็ก ๆ ที่ฉันได้เห็นมาตั้งแต่วันแรกที่เธอลืมตาดูโลก ในวันนี้เธอเติบโตขึ้นมากน้อยแค่ไหน .. ?? ..

.. ในขณะที่เรายืนหันหน้าเข้าสู่ทะเลเบื้องหน้าของหาดแสม บนเขาทางด้านซ้ายมือมองขึ้นไปลิบ ๆ จะเห็นกังหันลมกลุ่มใหญ่ตั้งอยู่ มองไกล ๆ ก็ดูสวยดี .. แต่ฉันชักอยากจะไปดูใกล้ ๆ ซะแล้วสิ ..

.. พวกเราตกลงกันว่าจะลองหาทางขึ้นไปที่จุดกังหันลมที่เห็น ขี่รถย้อนออกมาที่ทางเข้าเกาะแสมเจอคุณลุงยามใจดีเลยแวะถาม คุณลุงยามบอกเราว่าให้ขี่รถย้อนขึ้นไปทางที่เรามาเมื่อกี้แล้วจะมีประตูเหล็กเปิดอยู่ ให้ขี่รถเข้าไปได้เลย .. แต่ต้องระวังนิดนึงเพราะว่าทางชันมากเป็นทางขึ้นเขาตลอด ..

.. เมื่อขึ้นมาถึงด้านบนนี้ทำให้มองเห็นทะเลกว้างมาก ท้องฟ้าโปร่ง .. แม้ว่าจะไม่ใสมีเมฆหมอกมาบดบัง แต่ก็ถือว่าอากาศดีมากสำหรับจุดชมวิวบริเวณกังหันลม ..

.. ฉันว่ากังหันลมเนี่ยเวลาดูไกล ๆ มันจะสวยกว่าดูใกล้ ๆ อีกนะ ยิ่งเวลาที่มันโดนลมแล้วใบพัดหมุนวนไปมาพร้อม ๆ กัน บริเวณพื้นรอบ ๆ กังหันลมก็มีดอกหญ้าชูช่อสะบัดโบกท้าลมอยู่ด้านล่างเช่นกัน ..

.. จากจุดชมวิวพวกเราก็ขี่รถย้อนกลับลงมาเพื่อที่จะไปหาดต่อไป "หาดเทียน" ซึ่งหาดเที่ยนจะอยู่ไม่ไกลจากหาดแสมเท่าไหร่นัก ..

.. เมื่อไปถึงเราจะต้องจอดรถทิ้งไว้ที่อีกด้านหนึ่งของหาดแล้วเดินเท้า เพื่อข้ามสะพานเลาะริมภูเขาเข้าไปยังเวิ้งอ่าวของหาดเทียน ..

.. หาดเทียนจัดเป็นอีกหาดหนึ่ง ที่มีความสงบค่อนข้างมาก คนไม่พลุกพล่านเท่าที่ควร ..

.. แต่มีกิจกรรมทางน้ำให้เล่นครบทุกประเภท อาจจะดูเป็นเวิ้งอ่าวที่มีความกว้างไม่มากนัก .. แต่น้ำใสและทรายขาว ..

..

.. ความสนุกสนานเบิกบานอยู่บนใบหน้า มีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของผู้คน ..

.. พวกเราใช้เวลาอยู่ที่หาดเทียนไม่มากนักเพราะว่าฟ้าเริ่มมืด และฝนเริ่มลงปรอย ๆ แล้ว .. กลัวว่าลูกลิงจะป่วยซธก่อน ระหว่างทางเดินบนสะพานกลับมาที่รถด้านข้างสะพานตรงภูเขา ก็จะมีศาลเล็ก ๆ ตั้งอยู่และมีกองก้อนหินวางเรียงเป็นตั้ง ๆ ไว้หลายกอง คาดว่าคงเป็นผู้คนที่มาอธิษฐานขอพรโดยการตั้งกองหินเพื่อจะดูว่าจะสำเร็จหรือไม่ ความเชื่อยังอยู่คู่กับคนไทยทุกยุค ทุกสมัย และทุกสถานที่จริง ๆ ..

.. หลังจากนั้นพวกเราก็กลับมาถึงที่พักทำการเก็บข้าวของ เพื่อเตรียม Check Out ออกจากรีสอร์ทตอน 11 โมง และก็ได้เวลาบอกลา Bee Orchid อย่างเป็นทางการ ..

.. เจ้าของรีสอร์ทบอกจะเอารถไปส่งพวกเราที่ท่าเรือ แต่พวกเราก็เลือกที่จะขอเดินเองดีกว่า เพราะกะจะแวะดูร้านขายของที่ระลึกด้วย ..

.. ร้านขายของที่ระลึกจะอยู่บริเวณท่าเรือแถว ๆ 7-11 มีประมาณ 4 - 5 ร้านของก็จะคล้าย ๆ กัน เป็นพวก Magnet เสื้อเพ้นท์ ของกระจุกกระจิก ..

.. ด้านข้างของร้านก็ทาผนังสีสันสดใส เอาไว้ให้ลูกค้าได้ใช้เป็นฉาก BG ในการถ่ายรูป มีผู้คนมากมายรอต่อคิวเพื่อที่จะถ่ายกับผนังเหล่านั้น ..

.. หลังจากเลือกของที่ระลึกกันได้แล้ว พวกเราก็หาส้มตำ ไก่ย่าง น้ำตกกินเป็นอาหารกลางวัน ก่อนที่จะมานั่งรอเรืออยู่ที่บันได 7-11 เพื่อขึ้นเรือรอบบ่าย 2 ..

.. วันที่เราเดินทางกลับเป็นวันเสาร์ มีผู้คนกำลังหลั่งไหลจากฝั่งพัทยามายังเกาะล้าน จะเห็นได้ว่าเรือบรรทุกผู้โดยสารเข้ามาแต่ละลำไม่ใช่น้อย ๆ เกาะล้านในวันเสาร์และอาทิตย์จะคึกคักมาก หลังจากรอให้คนที่มาใหม่ขึ้นเกาะพวกเราก็เดินไปยังเรือเพื่อกลับไปฝั่งพัทยา เราลงไปนั่งรอในเรือกันตั้งแต่บ่ายโมง .. กว่าเรือจะออกก็เกือบบ่าย 2 โมง ..

.. พอถึงเวลาเรือก็ค่อย ๆ เคลื่อนออกจากท่าหน้าบ้านเพื่อกลับไปยังพัทยา เรือลอยมาไกลแล้ว .. แต่ความสุขใจยังอวลอยู่รอบกายของพวกเรา เบื้องหน้าของเราเป็นฝั่งพัทยาที่เห็นอยู่ไกล ๆ เบื้องหลังเป็นเงาอันรางเลือนของเกาะล้าน ถ้ามีเวลาและโอกาส .. ฉันจะกลับมาเยือนเกาะล้านอีกครั้งอย่างแน่นอน. ..

สวัสดีครับ น้ากะทิ ผมยังไม่เคยไปเกาะล้านเลย

ผู้แต่ง
“ KaTi ”

ช่างภาพ
“ KaTi ”