บทความ
รุ่งอรุณในเชียงรายกับบ้านรับอรุณ อบอุ่นใจ และพาไปเที่ยวบ้านศิลปิน

เชียงราย

2011-06-25 03:21:48


สวัสดี ค่ำคืนครับ วันนี้ขอ ออกมาพาไปเที่ยว เชียงรายในยามเช้า และไปเที่ยวบ้านศิลปินท่านหนึ่ง ของจังหวัดเชียงราย และพาไปที่พักที่ชื่อ บ้านรับอรุณ โรงแรมเล็กๆที่อบอุ่น และน่ารักๆ ในสไตล์ hostel แบบเกาหลี

ทริปนี้ ขอพาเที่ยวจังหวัดตัวเองหน่อยนะครับ จริงๆใช่อะไรหรอก ไปไหนไม่ได้ต่างหาก มีเหตุจำเป็นต้องไปนอนในตัวเมืองเชียงราย เพราะ พาเด็กดอยไปหาหมอที่โรงพยาบาลในเมือง ก็เลยหา ที่พักไกล้โรงพยาบาล ขับรถวนไปวนมา เหลือบเห็น บ้านหลังสีขาวๆหลังใหญ่ๆ ติดป้ายว่าบ้านรับอรุณ ก็คุ้นๆว่าเคยเห็นรีวิวในห้องนี้มาเหมือนกัน เลยโทรหาข้อมูลเพื่อสอบถามราคา

จากการสอบถามเบื้องต้น มีห้องว่างหนึ่งห้องพอดี ราคาห้องละ 550 รวมอาหาเช้าสองคน ขับรถอยู่เลยไม่ได้สอบถามอะไรมาก บอกว่าจองเลยครับ เดี๋ยวเข้าไป ไม่เกิน สิบนาที

พอเข้าไป ก็มีพี่ชายท่านหนึ่งออกมาต้อนรับ และ แจ้งว่า เมื่อกี้พี่จะบอกทางโทรศัพว่า ห้องพักที่บอกนั้นไม่มีห้องน้ำส่วนตัว แต่จะเป็นห้องน้ำ ใช้ร่วมกัน ชั้นล่างหนึ่งห้อง ชั้นบนหนึ่งห้อง อาจจะเป็นข้อเสียที่บางคนอาจจะไม่ชอบ แต่ในความคิดผม ไม่เป็นไร เพราะผมเดินเข้าไปดูห้องน้ำแล้ว สะอาดสะอ้าน และกว้างขวางดี ในภาพเป็นชุดรับแขก หน้าห้องพักของผม

การมาพักที่บ้านรับอรุณนั้น บรรยากาศ เหมือนกับเรามาพักบ้าน ญาติ เราสักคนหนึ่งครับ เพราะ บ้านทั้งหลังมีแค่หกห้องเท่านั้น แบบว่าเดินไปเจอคนที่มาพัก ก็ยิ้มให้กัน ทักกันว่าวันนี้ไปเที่ยวใหนมาครับ ไปทานอาหารร้านนั้นหรือยังครับ

เดิมบ้านหลังนี้เป็นของ เจ้าของโรงพยบาลโอเวอร์บุ๊ค ที่อยู่ใกล้ๆ ซึ่งสร้างมานานแล้ว บ้านจึงเป็นทรงออกยุโรปหน่อยๆ ตอนนี้เจ้าของเดิมไม่อยู่ พี่เจ้าของคนใหม่จึงขอเช่ามาทำเป็นโรงแรมเล็ก โดยมีข้อแม้ส่าจะไม่ปรับปรุง หรือทำลายโครงสร้างใดๆของบ้าน ไม่สามารถกั้นห้องใหม่ สร้างห้องเพิ่ม ทำพื้นใหม่ก็ไม่ได้ จึงเป็นสาเหตุของการมีห้องน้ำแค่สามห้องในบ้านหลังนี้ จริงๆแล้วเจ้าของใหม่ที่เช่านั้นก็คืออดีตลูกน้องของเจ้าของเดิมที่คอยดูแลบ้านให้ ถ้าเป็นคนอื่นก็อาจไม่อนุญาต ให้ทำโรงแรม พี่เจ้าของใหม่เป้นผู้หญิงวัยกลางคน ขออภัยที่ผมจำชื่อไม่ได้ครับ เพราะ ไปพักมานานแล้วและช่วงนั้นก็ยุ่งๆ อยู่ด้วย พี่แกคุยเก่ง ยิ้มเก่ง ทักทายลูกค้าตลอด แนะนำที่เที่ยวให้ฝรั่งที่มาพัก เรียกสามล้อมาไห้ พร้อมต่อราคาเสร็จสับ

บ้านหลังนี้มีห้องครัวให้ด้วยหากใครอยากจะทำอาหารกินเอง พี่เจ้าของก็ใจดี ยกห้องครัวให้ทำเลย หรือหากใคร อยากซื้อหาอาหารข้างนอกมานั่งทานก็มีอุปกรณ์ต่างๆครบครัน ยกออกมาทานหน้าบ้าน ไกล้ๆลานสนามหญ้า ดูดาวไปด้วย บรรยากาศโรแมนติกสุดๆ

ในบ้านมีมุมให้นั่ง นอน อ่านหนังสือ พื้นบ้านเป็นพื้นไม้เวลาเดินจะมีเสียงดังนิดนึง เป็นอีกหนึ่งข้อเสียเล็กๆน้อยๆ ครับ

ยิ่งตรงทางเดินขึ้นบันได เป็นไม้ ใครเดินไม่เป็น เสียงดังแน่นอนเด็กวัยรุ่นสมัยนี้หายากที่จะเดินบ้านพื้นไม้ไม่ให้มีเสียง

ในห้อง ก็มาตรฐานครับ เตียงนุ่ม ห้องไม่อับ อาจแคบไปนิด

คืนนั้นผมออกไปทานข้าวเย็น บริเวณหอนาฬิกา ที่เป็นสัญลักษณ์เชียงรายในตอนกลางคืนไปแล้ว

ปัจจุบัน หากใครไปใครมา เชียงรายแล้ว ไม่มีโอกาสได้มาดู หอนาฬิกาพร้อมกับเสียงเพลงเชียงรายรำลึก คงเรียกว่ามาไม่ถึงเชียงราย เพราะแม้แต่คนพื้นที่เอง เมื่อถึงเวลาก็ยังต้องหยุดฟัง ซึ่งจะเล่นเพลงและมีแสงสีแบบนี้ ในเวลา 19.00 20.00 21.00

หอนาฬิกา เดิมตอนสมัยผมเรียนมัธยม นั้น แทบจะไม่มีจุดเด่นอะไรเลย นอกเสียจากบริเวณนี้ จะเป็นแหล่ง ขายอาหารอร่อยๆ หลายอย่าง ร้านดั้งเดิม ที่เป็นชื่อ......โภชนา ทั้งหลาย จะตั้งอยู่บริเวณนี้ น่าแปลกที่ร้านส่วนใหญ่ ที่........โภชนา นั่นจะอร่อยเสมอ แต่หอนาฬิกา ที่ได้รับการปรับปรุงจาก อ.เฉลิมชัย นั้นสวยงามอย่างยิ่ง

จนเป็นแลนด์มาร์ก ที่พลาดไม่ได้ ถ้ามาเที่ยวเชียงราย

คืนนั้นผมทานร้านรถเข็นข้างทางไกล้หอนาฬิกา แต่คนเยอะหนาแน่นหาโต๊ะยาก เอาการอยู่ คือร้าน นี้ครับ นั่งทานไปดูแสงสีเสียง ของหอนาฬิกา ไปด้วย

สั่งข้าวต้มปลามาทาน อร่อยได้ใจ ปลาเด้งดึ๋ง ไม่คาว ข้าวไม่เละ หอมคื่นฉ่ายและพริกไทย

พร้อมกับ สั่งเนื้อปลาลวก ที่มาแบบ พูนจาน กับเนื้อปลานุ่มๆเด้งๆ น้ำจิ้มรสจัดจ้าน

หลังจากทานเสร็จก็กลับมาพักผ่อน เพื่อไปเยียมเด็กดอยที่โรงพยาบาล ตื่นเช้ามารับอากาศอุ่นๆ จิบกาแฟริมสวน ที่บ้านรับอรุณนั้นผมถ่ายภาพมาไม่เยอะเท่าไหร่ เพราะมัวยุ่งๆกับเรื่องโรงพยาบาล แต่ก็เพราะ ว่า บ้านหลังเดียว มีแค่หกห้อง กับสวนหน้าบ้าน และลานจอดรถ คงไม่มีมุมเก๋ที่ถูกตกแต่งด้วยดอกไม้สวยๆ เพื่อให้ถ่ายรูป แต่ที่นี่ สิ่งที่ได้รับกับมาคือความอบอุ่น ความเป็นกันเอง สะดวกสบาย สามารถเลือกจะกิน ข้าวต้ม หรือ ABF ก็ได้ จะชงกาแฟเองหรือให้แม่บ้านชงมาเสริฟ ก็ได้ บอกแล้ว เหมือนมาพักบ้านญาติ เราดีดีนี่เอง ห้องจะมี ราคา 550 650 750 ครับ

นานๆจะตื่นเช้าซะที ออกไปดูตลาดกันบ้างดีกว่าครับ เช้าๆแบบนี้จะมีพี่น้องชาวเขาเอาสินค้ามาวางขายในตลาดหลายอย่าง ก่ิอนที่ จะซื้อสินค้าในเมืองกลับขึ้นไปขายบนเขาในตอนบ่าย เรียกว่าแลกกัน เช้าคุณมาซื้อของจาปป่าของฉัน บ่ายฉันจะซื้อของในเมืองจากคุณ

สินค้า มากมายวางขายที่นี่ บรรยากาศ ซื้อขายเป้นกันเอง ต่อรองราคากันนิดหน่อยพอหอมปากหอมคอ ส่วนใหญ่จะเป็น สินค้าพื้นเมือง พืชผักผลไม้

ที่ตลาดแห่งนี้จะถูกล้อมไปด้วยวัดหลายวัด ไม่ว่าจะเป็นวัดพระแก้ว วัดพระสิงห์ วัดงำเมือง ก็จะมีพระมาบิณฑบาตร แต่ที่น่าประทับใจก็คือ ชาวต่างชาติที่บวชเข้ามาเป็นสาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

หากเราไม่แบ่งแยก เชื้อชาติ ศาสนา หรือภาษา เราคงอยู่ร่วมกันแบบเป็นสุขเป็นใหนๆ

ตกบ่าย ผมมีโอกาสได้ไปเที่ยวบ้านศิลปินท่านหนึ่งของจังหลัดเชียงรายเพราะ เพื่อนไปเอาของที่สั่งไว้ บ้านศิลปิน ท่านนี้ เป็นบ้านกลุ่มแกะสลักไม้ ของสล่า คำจันทร์ ยาโน "สล่า" คือ คำพื้นเมืองที่แปลว่า "ช่าง" ซึ่งชาวบ้านบ้านถ้ำผาตอง ต.ท่าสุด อ.เมือง จ.เชียงราย ใช้เรียกนำหน้าชื่อ ของครูคำจันทร์ ที่มีฝีมือเชิงช่างแกะสลักไม้ กระทั่งได้รับคัดเลือกจาก สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ให้เป็นครูภูมิปัญญาไทย รุ่นที่ 5 ในสาขาอุตสาหกรรม และหัตถกรรม (แกะสลักไม้)

สล่าคำจันทร์ ได้แรงบัลดาลใจในการแกะสลักไม้มาจากคุณตาที่เป็นเป็นช่างแกะสลักไม้ด้ามทำกระบวยตักน้ำที่ทำเป็นเรื่องราว วิถีชีวิตชาวบ้านบนด้ามไม้ จึงหันมาเริ่มแกะสลักไม้เป็นจริงเป็นจัง

แรกๆ สล่าคำจันทร์ ก็แกะสลักด้ามกระบวย บ้าง รูปสัตว์ต่างๆบ้าง จน อาจารย์ ถวัลย์ ดัชนี มาเห็นและแนะนำให้แกะสลักเป็นเรื่องราวที่มีชีวิตขึ้นมาบ้าง เป็นการเล่าเรื่องต่างๆของคนล้านนา

เมื่อเริ่มแกะสลักงานไม้จนชำนาญ มีรายได้จากการจำหน่ายไม้แกะสลัก เพื่อนบ้านก็เริ่มให้ความสนใจมากขึ้น สล่าคำจันทร์ จึงได้ฝึกสอนการแกะสลักไม้ให้กับชาวบ้านที่สนใจ เป็นการสร้างอาชีพให้กับคนในชุมชนทางหนึ่ง

"ผม คิดว่างานแกะสลักไม้มันน่าจะเคลื่อนไหวได้ เพื่อให้ดูมีชีวิต ชีวาขึ้นมา และยังเพิ่มคุณค่าให้กับชิ้นงาน ก็เริ่มทดลองใส่กลไกเพื่อให้เคลื่อนไหวได้ เช่น แกะเป็นคนตำข้าว คนเลื่อยไม้ ต่อมาก็เริ่มทำเป็นชิ้นงานใหญ่ขึ้น เช่น บ้านพอเพียงที่จำลองทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง มีทั้งคนทำนา นวดข้าว หาปลา เป็นเรื่องราวของวิถีชีวิตที่เคลื่อนไหวได้จริง พอเริ่มทำกลไกเข้ามา คนเข้าชมตอนแรกใช้วิธีมือหมุน เราก็เริ่มคิดว่าน่าจะเอาเครื่องมือทุ่นแรงใส่เข้าไป เพื่อให้เคลื่อนไหวได้โดยไม่ต้องใช้แรง ก็เริ่มนำมอเตอร์มาติดตั้งเข้ากับชิ้นงาน ทำให้งานชิ้นใหญ่ๆ เคลื่อนไหวได้ทั้งหมด คนที่มาดูงานก็ชอบใจ และทำให้งานแกะสลักไม้ของเรามีเอกลักษณ์" เป็นคำพูดจาก สล่าคำจันทร์ พร้อมรอยยิ้ม ในผลงาน

ผลงานของ สล่าคำจันทร์ เคยไปจัดแสดงในงานพืชสวนโลก โดยเอาชิ้นงานติดกับเครื่องหยอดเหรียญเพื่อให้คนที่มาชม หยอดเหรียญให้เคลื่นไหว ปรากฏว่าได้เงินเป็นแสนจากงานนั้น

ผลงานของ สล่าคำจันทร์ มักจะแฝงอารมณ์ขัน ตามบุคลิก ของแกไว้เสมอๆ ไม่ว่าจะบ้านหลังนี้ ดูเผินๆไม่มีอะไร ก็แค่ บ้านที่หน้าต่างประตู เปิดเองได้เมื่อหยอดเหรียญ

สล่าคำจันทร์ ก็บอกว่า ลองอ้อมไปดูอีกด้านของบ้านหลังนี้ แล้วมองเข้าไปหน้าต่างสิ ว่ามีอะไรเคลื่อนไหวอยู่ พร้อมเสียงหัวเราะแบบมีเลศนัย ผมก็ซูมกล้องเข้าไปดูด้วยความอยากรู้

หรือผลงานอารมณ์ขันแบบเสียดสีสังคม แบบเล็กๆ ชิ้นนี้ เกี่ยวกับแพนด้า

หรือผลงานล้ออาจารย์ เฉลิมชัย กับผลงานวัดร่องขุ่น ที่มีอาจารย์เฉลิมชัย มายืนชี้ๆ คุมงานอยู่ เป็นการหยอกเหย้า ของศิลปิน สองท่านที่น่ารักดี

สำหรับผู้ที่สนใจงานแกะสลักไม้นั้น สล่าคำจันทร์ สอนให้โดยไม่คิดค่าวิชาโดยเฉพาะเด็กรุ่นหลังที่สล่าคำจันทร์อยากให้มาเรียน กันมากๆ เพราะงานแกะสลักไม้เป็นศิลปะไทยที่ควรมีคนสืบทอดต่อไป

ส่วนของชาวบ้าน สล่าคำจันทร์ บอกว่า ได้มีการจัดตั้งกลุ่มแกะสลักไม้บ้านถ้ำผาตองขึ้นในชุมชน มีสมาชิกเข้าร่วมอยู่ 40 คน แต่ละคนมีรายได้เฉลี่ย 5,500 บาทต่อเดือน เพราะจะมีออเดอร์สั่งเข้ามาจากต่างประเทศ โดยเฉพาะงานแกะสลักช้างไทย ส่วนคนไทยจะนิยมพระพุทธรูป พระสีวลี และ พระปางนาคปรกที่แกะสลักจากไม้มงคล 5 ชนิด ถือว่ามีรายได้พอเลี้ยงตัวเอง

งานคล้ายๆชิ้นนี้ ผมเคยเห็นตอนเด็กแถวบ้าน ปู่ย่าตายายผม เรียกว่าเป็น หมูซ่อนทรัพย์ เพราะสมัยโบราณ ไม่มีตู้เซฟ จึงเอาสร้อยทอง หรือของมีค่า ไปซ่อนไว้ในตัวหมู แล้วปิดเอาไว้ ปิดสนิทมาก จนแทบจะไม่เห็นรอยต่อเลยทีเดียว เป็นการซ่อนของจาก ขโมย หรือโจร ที่อาจเห็นว่าเป็นแค่งานแกะสลักไม้ธรรมดา ก็ไม่หยิบฉวยไป เป็ยภูมิปัญญาชาวบ้านที่ น่าทึ่ง มาก

สล่า คำจันทร์ ยังบอกด้วยว่า มีแนวคิดจะตั้งพิพิธภัณฑ์ล้านนาในที่ดินส่วนตัวพื้นที่ 5 ไร่ โดยพิพิธภัณฑ์นั้นจะมีลักษณะเป็นหม้อน้ำขนาดใหญ่ เส้นผ่าศูนย์กลางยาว 20 เมตร สูงเท่าตึก 9 ชั้น ภายในจัดแสดงเครื่องมือเกี่ยวกับวิถีชีวิตของชาวล้านนา พร้อมจัดแสดงชิ้นงานแกะสลักไม้ที่สามารถเคลื่อนไหวได้ สะท้อนชีวิตชาวเหนือ โดยสล่าคำจันทร์ตั้งใจให้เป็นจุดท่องเที่ยวของ จ.เชียงราย ที่จะสร้างรายได้เลี้ยงชาวบ้านในพื้นที่ เพราะถือเป็นสมบัติของคนเชียงราย ผมรีบสนับสนุนเต็มที บอกแกว่า ผมจะเอาไปโปรโมตให้ เพื่อคนจะได้มาเที่ยว และซื้อของฝากกลับไปเยอะ แล้ว สล่าคำจันทรื จะได้มีเงินเยอะๆรีบสร้างไวไว ไม่ต้องรอเงินทางทางราชการที่ไม่รู้เมื่อไหร่จะมา

อ่านเจอจาก aday ชอบมาก "โอกาสบางชนิดเหมือนหน้าต่างที่ปิดอยู่ คุณต้องเดินไปเปิดมันเอง ถ้าบานนี้เปิดไม่ออก ก็ต้องเปิดบานต่อไป และถ้าไม่มีหน้าต่างบานไหนเปิดได้เลย ถึงเวลานั้นสิ่งเดียวที่คุณต้องทำคือ กระโดดถีบประตู! ...วงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงก์ หมดวันแล้ว พระอาทิตย์ตก แต่ชีวิตยังต้องเดินต่อไป พบกันใหม่ทริปหน้าครับ

ตามมาเที่ยว

ภาพสวยน่าดึงดูดทุกภาพเลยครับ สุดยอด คงต้องขอติดตามผลงานต่อไป หุหุ

คุณXienfong ขอบคุณครับ ติดตามกันต่อไปนะครับ

รูปสวยมาก เข้ามากด like และช่วย share แล้วครับ

คุณpoopack - ขอบคุณมากครับ

คิดถึง ที่นี่ จัง

ผู้แต่ง
“ tummeng ”

ช่างภาพ
“ tummeng ”