บทความ
5 จุดดูหมอกสุด FIN IN CHIANGRAI

เชียงราย

2019-03-15 15:07:36


ยามเมื่อสายลมหนาวพัดมาเยือน จุดหมายปลายทางที่พลาดไม่ได้สำหรับคนชอบเที่ยว คือ จุดชมทะเลหมอก 

เชียงรายเป็นจังหวัดที่อยู่เหนือสุดของไทย มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว สามารถพบเห็นทะเลหมอกตามเทือกดอยต่าง ๆ ซึ่งมีให้ได้เที่ยวชมกันอยู่หลายจุด

รีวิวนี้แอดจะพาเพื่อน ๆ ไปทำความรู้จัก 5 จุดชมทะเลหมอกที่น่าสนใจของเชียงราย รับรองว่าหากได้ไปสัมผัสบรรยากาศด้วยตาตัวเองแล้วนั้น จะต้องร้องว้าว!! ไม่ผิดหวังกันแน่นอน

1. ภูชี้ฟ้า 
ที่ตั้ง : ตำบลตับเต่า อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย

ลักษณะเป็นภูเขาที่มียอดแหลมชี้เฉียงขึ้นฟ้าและยื่นไปทางฝั่งประเทศลาว จึงเป็นที่มาของชื่อ “ภูชี้ฟ้า” บนยอดภูเป็นทุ่งหญ้ากว้างและแนวหน้าผา สามารถชมทัศนียภาพได้โดยรอบ 360 องศา ทั้งทะเลหมอก พระอาทิตย์ขึ้น และพระอาทิตย์ตก สามารถมาท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี 

หากมาเที่ยวในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม จะพบดอกเสี้ยวขาวหรือดอกชงโคป่าบานสะพรั่งให้ได้ชมด้วย

การขึ้นภูชี้ฟ้าแนะนำให้ติดต่อกับที่พักในหมู่บ้านด้านล่างที่เป็นทางขึ้นภู เช่น บ้านร่มฟ้าไทย บ้านร่มฟ้าทอง เพื่อเช่ารถกระบะรับ-ส่งขึ้นไปยังจุดเริ่มเดิน ซึ่งรถจะให้บริการตั้งแต่เวลา 04.30 น. เป็นต้นไป ค่ารถคนละ 60 บาท ใช้เวลา 10 นาที ก็จะถึงจุดเริ่มเดิน จากนั้นต้องเดินเท้าขึ้นสู่ยอดภูชี้ฟ้า ระยะทางประมาณ 800 เมตร 

การเดินทาง : จากตัวเมืองเชียงราย ใช้ทางหลวงหมายเลข 1020 (เชียงราย-เทิง) ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 1021 (เทิง-บ้านปี้) แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1155 ผ่านบ้านปางค่า จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 1093 จนถึงภูชี้ฟ้า

2. ภูชี้ดาว 
ที่ตั้ง : ตำบลปอ อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย

ตั้งอยู่ระหว่างภูชี้ฟ้าและดอยผาตั้ง บริเวณยอดเขามีลักษณะเป็นปลายแหลมชี้เฉียงขึ้นฟ้าจึงเป็นที่มาของชื่อ “ภูชี้ดาว” สามารถชมทะเลหมอก พระอาทิตย์ขึ้น และพระอาทิตย์ตกได้ในจุดเดียวกัน ทั้งยังมองเห็นภูชี้ฟ้า ภูชี้เดือน และดอยผาหม่น ได้อย่างชัดเจน

ไฮไลท์อีกอย่างหนึ่งของภูชี้ดาว คือ มีหมุดหลักเขตแดนไทย-ลาว ตั้งอยู่บริเวณจุดสูงสุดบนยอดภู และมีระเบียงไม้กันตกกั้นเป็นแนวยาวสำหรับชมวิวด้วย ที่นี่สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี

การขึ้นภูชี้ดาว จากถนนสายหลักคือทางหลวงหมายเลข 1093 ไม่สามารถนำรถยนต์ส่วนตัวขึ้นไปได้ เนื่องจากถนนแคบและที่จอดรถด้านบนไม่เพียงพอ ต้องจอดรถส่วนตัวไว้บริเวณลานที่จัดไว้ให้ และใช้บริการรถกระบะของชาวบ้านขึ้นไปยังจุดเริ่มเดิน มีรถให้บริการตั้งแต่เวลา 04.30 น. เป็นต้นไป ค่ารถไป-กลับ คนละ 100 บาท ใช้เวลา 10 นาที ก็ถึงจุดเริ่มเดิน จากนั้นต้องเดินเท้าขึ้นสู่ยอดภูชี้ดาว ระยะทาง 350 เมตร 

สำหรับที่พักใกล้ภูชี้ดาวนั้น มีที่พักของเอกชนตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 1093 บริเวณลานจอดรถขึ้นภูชี้ดาว และมีร้านอาหารให้บริการด้วย

การเดินทาง : จากตัวเมืองเชียงราย ใช้เส้นทางเดียวกับไปภูชี้ฟ้า ไปจนถึงทางหลวงหมายเลข 1093 ให้เลี้ยวซ้ายตามเส้นทางไปดอยผาตั้ง จนถึงบ้านร่มโพธิ์เงิน จะพบถนนทางขึ้นภูชี้ดาวอยู่ขวามือ

3. ภูชี้เดือน
ที่ตั้ง : ตำบลปอ อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย

อยู่ห่างจากภูชี้ดาวเพียง 1 กิโลเมตร ความโดดเด่นของภูชี้เดือนคือ จากบริเวณจุดชมวิว นอกจากจะได้ชมทั้งพระอาทิตย์ขึ้น ทะเลหมอก และพระอาทิตย์ตกแล้ว หากมองไปทางขวาจะเห็นยอดภูชี้ฟ้าและภูชี้ดาว ส่วนทางซ้ายจะเห็นยอดดอยผาหม่นได้อย่างชัดเจน 

การเดินเท้าจากลานจอดรถขึ้นมายังจุดชมวิวก็สะดวกมาก เพราะเดินขึ้นเนินที่ไม่ชันเพียง 50 เมตรเท่านั้น สามารถมาท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี

 

การขึ้นภูชี้เดือนนั้นมีขั้นตอนเหมือนการขึ้นภูชี้ดาวคือ จากทางหลวงหมายเลข 1093 ไม่สามารถนำรถยนต์ส่วนตัวขึ้นไปได้ ต้องจอดรถส่วนตัวไว้บริเวณลานที่จัดไว้ให้ และใช้บริการรถกระบะของชาวบ้านขึ้นไปยังจุดเริ่มเดิน มีรถให้บริการตั้งแต่เวลา 04.30 น. เป็นต้นไป ค่ารถไป-กลับ คนละ 100 บาท ใช้เวลา 10 นาที ก็ถึงจุดเริ่มเดิน จากนั้นต้องเดินเท้าขึ้นไปยังจุดชมวิว ระยะทางเพียง 50 เมตร

4. ดอยผาตั้ง 
ที่ตั้ง : ตำบลปอ อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย

ลักษณะเป็นแนวเขาคดเคี้ยว บนยอดดอยเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกในยามเช้า ท่ามกลางทิวเขาสลับซับซ้อน และยังมองเห็นแม่น้ำโขงซึ่งเป็นพรมแดนธรรมชาติระหว่างไทย-ลาว นอกจากนี้ยังสามารถชมพระอาทิตย์ตกในเวลาเย็นได้เช่นกันที่นี่เปิดให้ท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี 

จากลานจอดรถ ต้องเดินเท้าเลียบเลาะไปตามแนวสันเขาระยะทาง 200 เมตร จะถึงจุดชมวิวจุดแรก คือ “ผาบ่องประตูสยาม” ตามด้วย “ศาลาเก๋งจีน” “ช่องผาขาด” “เนิน 102” และไกลสุดคือ “เนิน 103” ซึ่งห่างจากลานจอดรถประมาณ 1 กิโลเมตร

หากมาเที่ยวในช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม ก็จะได้เห็นดอกนางพญาเสือโคร่งบานสะพรั่งสวยงามไปทั่วทั้งดอยผาตั้งด้วย

บริเวณทางขึ้นไปจุดชมวิวดอยผาตั้ง มีที่พัก ร้านอาหาร ร้านกาแฟ และร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึกให้บริการมากมาย 

การเดินทาง : จากตัวเมืองเชียงราย ใช้ทางหลวงหมายเลข 1233 (เชียงราย-เวียงชัย) และทางหลวงหมายเลข 1173 (เวียงชัย-พญาเม็งราย) ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 1152 (พญาเม็งราย-บ้านต้า) จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 1020 (บ้านต้า-บ้านท่าเจริญ) ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 1155 (บ้านท่าเจริญ-เวียงแก่น-ปางหัด) และทางหลวงชนบท ชร. 4029 จนถึงดอยผาตั้ง

5. จุดชมวิวดอยช้างมูบ
ที่ตั้ง : ตำบลโป่งงาม อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

จุดชมวิวดอยช้างมูบตั้งอยู่ที่ “ฐานปฏิบัติการดอยช้างมูบ” ในพื้นที่กองร้อยทหารม้าที่ 2 บนความสูง 1,485 เมตร จากระดับทะเลปานกลาง 

เป็นจุดชมวิวที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว ตั้งอยู่ใกล้แนวเขตชายแดนไทย-เมียนมา ในยามเช้ามักพบทะเลหมอกปกคลุมหุบเขาเบื้องล่าง และมีสายลมเย็นพัดผ่านตลอดทั้งปี บริเวณจุดชมวิวยังมีแปลงไม้ดอกไม้ประดับเล็ก ๆ ให้ถ่ายรูปด้วย

บริเวณจุดชมวิวสามารถกางเต็นท์พักแรมได้ แต่ต้องขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่ทหารซึ่งเป็นผู้ดูแลฐานปฏิบัติการ หรือหากใครพักบริเวณดอยตุง ก็สามารถขึ้นมาชมทะเลหมอกยามเช้าของที่นี่ได้ เพราะห่างจากดอยตุงเพียง 9 กิโลเมตรเท่านั้น

การเดินทาง : จากตัวเมืองเชียงราย ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 จนถึงสามแยกดอยตุง จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1149 (ทางขึ้นดอยตุง) ผ่านวัดพระธาตุดอยตุง สวนรุกขชาติแม่ฟ้าหลวง จนถึงฐานปฏิบัติการดอยช้างมูบ รวมระยะทางจากตัวเมืองเชียงราย 60 กิโลเมตร

ได้ชมรีวิวกันไปแล้วทั้ง 5 จุด ทีนี้ก็ได้เวลาวางแผนจัดทริปและเก็บกระเป๋าไปเที่ยวกันแล้วค่ะ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม อย่าลืมให้เราเป็น “เพื่อนร่วมทาง” ไปกับคุณนะคะ

ผู้แต่ง
“ LOONA ”

ช่างภาพ
“ เพื่อนร่วมทาง ”