Blog
((ท่องเมืองสุรินทร์..ถิ่นช้างใหญ่..ไหว้ปราสาทขอม))

Surin

2017-02-26 14:43:47


สวัสดีชาว TAT Contact Center ทุกคน รีวิวนี้จะพาไปเที่ยวจังหวัดสุรินทร์ อีกหนึ่งจังหวัดทางอีสานใต้ของประเทศไทยที่มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ เป็นเมืองขอมโบราณที่มีปราสาทสำคัญต่างๆ เป็นแหล่งผลิตผ้าไหมคุณภาพเยี่ยม แหล่งผลิตเครื่องเงินที่มีเอกลักษณ์ เป็นแหล่งเลี้ยงช้างและการแสดงช้างที่ยิ่งใหญ่ของภาคอีสาน นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆที่น่าสนใจมากมาย ตามมาชมรีวิวด้วยกันดีกว่า

ที่แรกจะพาไปชมศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ จ.สุรินทร์ ตั้งอยู่ริมถนนหมายเลข 226 (สุรินทร์-บุรีรัมย์) ทางซ้ายมือห่างจากตัวเมืองสุรินทร์ 3.5 กิโลเมตร

ภายในศูนย์ฯจะประกอบด้วยโรงเรือนเลี้ยงไหม พิพิธภัณฑ์ผ้าไหม ห้องประชุม ที่พักกางเต็นท์ โดยมีกิจกรรมตั้งแต่ชมขบวนการเลี้ยงหนอนไหมระยะฟักไข่ ไปจนถึงเป็นตัวหนอนไหมทอรัง ชมการสาธิตการสาวไหม การย้อมไหมจากสีธรรมชาติและการทอผ้าตลอดจนชมแปลงสาธิตการปลูกหม่อนต้นแบบ

ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถสุรินทร์ เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 น.-16.30 น. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 044-511-393

มาเที่ยวเมืองสุรินทร์อย่าลืมแวะศาลหลักเมืองสุรินทร์ ตั้งอยู่ที่ถนนหลักเมือง ห่างจากศาลากลางจังหวัดไปทางทิศตะวันตกประมาณครึ่งกิโลเมตร เสาหลักเมืองทำด้วยไม้ชัยพฤกษ์ และเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2517 ได้ประกอบพิธียกเสาหลักเมืองและมีพิธีฉลองสมโภช ศาลหลักเมืองจึงเป็นสัญลักษณ์ที่พึ่งทางจิตใจของชาวสุรินทร์ที่ได้รับการเคารพกราบไหว้ตลอดมา

เสาหลักเมืองสุรินทร์

สุรินทร์เมืองช้าง..อยากดูช้างต้องมาที่ศูนย์คชศึกษาหรือ หมู่บ้านช้าง บ้านตากลาง จ.สุรินทร์ เป็นสถานที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมวิถีความเป็นอยู่ ความผูกพัน ของคนในชุมชนและช้าง รวมทั้งประเพณีและวัฒนธรรมที่น่าชื่นชมอย่างใกล้ชิด ชาวบ้านตากลาง แต่ละครัวเรือนจะมีช้างที่เลี้ยงไว้อาศัยอยู่รวมกัน จนช้างที่พวกตนเลี้ยงไว้เปรียบเสมือนเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวของตน ก่อให้เกิดสายใยความผูกพันที่แน่นแฟ้นขึ้นระหว่างคนกับช้าง

ณ บ้านตากลาง จ. สุรินทร์ ได้ชื่อว่าเป็นหมู่บ้านช้างเลี้ยงใหญ่ที่สุดในโลก ในแต่ละวันจะมีการแสดงความสามารถอันเฉลียวฉลาดและน่ารักของช้าง เช่น ช้างเต้นรำ ช้างวาดรูป ช้างปาลูกโป่ง ช้างเตะฟุตบอล ฯลฯ โดยจะเปิดการแสดงทุกวัน วันละ 2 รอบ คือ 10.30 น. และ 14.30 น.

ค่าเข้าชมการแสดงช้าง ผู้ใหญ่ คนละ 50 บาท เด็กโต คนละ 20 บาท เด็กเล็ก คนละ 10 บาท ชาวต่างชาติ คนละ 100 บาท สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 044-517-461, 044-145-050

นอกจากนี้ยังมีบริการนั่งช้างชมบรรยากาศรอบๆศูนย์คชสารอีกด้วย

พามาชมแหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่เพิ่งเปิดได้ไม่นาน ทะเลสาบทุ่งกุลา แหล่งท่องเที่ยวใหม่ของจังหวัดสุรินทร์ ตั้งอยู่ที่บ้านโพนทอง ตำบลไพรขลา อำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์ เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจในวันหยุดสำหรับครอบครัว มีแพนั่งทานอาหาร และมีเครื่องเล่นทางน้ำต่างๆ

คาดการณ์ว่า ช่วงหน้าร้อนและเทศกาลสงกรานต์จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวสุรินทร์และใกล้เคียงเดินทางมาท่องเที่ยวพักผ่อนเป็นจำนวนมากแน่นอน

อยากได้เครื่องเงินโบราณต้องแวะที่หมู่บ้านทำเครื่องเงินบ้านเขวาสินรินทร์ บ้านโชค บ้านสะดอ กิ่งอำเภอเขวาสินรินทร์ อยู่ห่างจากจังหวัดประมาณ 18 กิโลเมตร ทั้ง 3 หมู่บ้านเป็นหมู่บ้านที่มีการผลิตลูกประคำเงิน (ลูกประเกือม) นำไปทำเป็นเครื่องประดับสุภาพสตรี เช่น สร้อยคอ สร้อยข้อมือ ตุ้มหู เข็มขัด มีเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย

การทำเครื่องเงินของที่นี่ มีการทำสืบทอดกันมาหลายร้อยปี ลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิมของเครื่องเงินที่นี่คือ ลายกีบบัว โดยผู้นำมาเป็นชาวเขมรที่อพยพมาจากประเทศกัมพูชามาอยู่ที่หมู่บ้านดังกล่าว

ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองปราสาทขอม ต้องห้ามพลาดที่นี่ ปราสาทศีขรภูมิ หรือ ปราสาทระแงง ตั้งอยู่ข้างวัดบ้านปราสาท บ้านปราสาท ตำบลระแงง อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ ปราสาทหลังนี้เป็นปราสาทที่งดงามที่สุดในจังหวัดสุรินทร์ มีลักษณะเป็นปรางค์หมู่ 5 องค์ ปราสาทก่ออิฐไม่สอปูน ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงเดียวกัน โดยตัวฐานก่อด้วยศอลาแลงกว้าง 25 เมตร ยาว 26 เมตร สูง 1.5 เมตร โดยมีคูน้ำกว้าง 125 เมตร ล้อมรอบสามด้าน โดยเว้นด้านตะวันออกอันเป็นทางเข้าไว้

ปรางค์ประธานสูงประมาณ 32 เมตร ทับหลังเป็นภาพพระศิวนาฏราชสิบกร ทรงฟ้อนรำอยู่เหนือเกียรติมุข ภายใต้วงโค้งลายท่อนมาลัย ซึ่งสลักเป็นภาพพระคเณศ พระพรหม พระวิษณุ และพระอุมาโดยทับหลังชิ้นนับเป็นทับหลังที่มีความสวยงามและสมบูรณ์ที่สุดชิ้นหนึ่งของเมืองไทย

บริเวณเสากรอบประตูสลักเป็นรูปนางอัปสรถือดอกบัว และทวารบาลยืนกุมกระบอง ซึ่งนางอัปสราที่ปราสาทศีขรภูมินี้มีลักษณะคล้ายกับนางอัปสราที่ปราสาทนครวัด ประเทศกัมพูชา ซึ่งไม่พบที่ปราสาทศิลปะเขมรโบราณแห่งใดอีกเลยในประเทศไทย พบที่ปราสาทศีขรภูมิเพียงแห่งเดียวเท่านั้น

เปลี่ยนบรรยากาศมาชมเรื่องราวของจังหวัดสุรินทร์กันที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสุรินทร์ ตั้งอยู่ที่ถนนสุรินทร์-ปราสาท หมู่ที่ 13 ตำบลเฉนียง มีการจัดแสดงเป็น 4 ส่วน คือ อาคารที่ 1 เป็นโถงทางเข้าและทางเดิน อาคารที่ 2 เป็นส่วนการศึกษา ประกอบด้วย ห้องประชุม ห้องกิจกรรม ห้องรับรอง ห้องสมุด อาคารที่ 3 เป็นอาคารจัดแสดงและสำนักงาน ประกอบด้วย ห้องนิทรรศการถาวร ห้องนิทรรศการชั่วคราว ห้องทำงานเจ้าหน้าที่ อาคารที่ 4 เป็นคลังพิพิธภัณฑ์ ประกอบด้วย ห้องคลังโบราณวัตถุ ห้องปฏิบัติการอนุรักษ์และสงวนรักษา

โดยกรมศิลปากรได้รับความร่วมมือจากผู้ทรงคุณวุฒิในท้องถิ่นช่วยค้นคว้าและรวบรวมจัดแสดงแบ่งออกเป็น 5 เรื่อง คือ ธรรมชาติวิทยา โบราณคดี ประวัติศาสตร์เมือง ชาติพันธุ์วิทยา และมรดกดีเด่นประจำจังหวัด เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 09.00-16.00 น. เว้นวันจันทร์-อังคาร และวันนักขัตฤกษ์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 4451 3358 หรือ http://www.thailandmuseum.com

จังหวัดสุรินทร์เค้ามีชื่อเสียงเรื่องผ้าไหมเป็นอย่างมากโดยเฉพาะที่นี่ หมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงหัตถกรรมผ้าไหมแห่งเดียวของประเทศไทย บ้านท่าสว่าง หมู่ที่ 1 ตำบลท่าสว่าง อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ เป็นหนึ่งหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยวของจังหวัดสุรินทร์ ในปี 2553

บ้านท่าสว่างได้รับคัดเลือกให้เป็นหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยวเชิงหัตถกรรมผ้าไหมแห่งเดียวของประเทศ โดยกรมการพัฒนาชุมชนกรมพัฒนาชุมชนได้ดำเนินงานโครงการหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว พัฒนาหมู่บ้านที่มีจุดเด่นและมีเอกลักษณ์ให้มีความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยว เพื่อเป็นการเพิ่มรายได้ให้ประชาชนในหมู่บ้านจากบริการด้านท่องเที่ยว

ผลิตภัณฑ์เด่น ได้แก่ ผ้าไหมยกทอง 1,460 ตะกอ จากโรงงานทอผ้าไหมยกทองโบราณของอาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทย นอกจากนี้ภายในหมู่บ้านยังมีบริการที่พักแบบโฮมเตย์อีกด้วย สอบถามข้อมมูลเพิ่มเติมติดต่อ คุณสุทิตย์ ยิ้วว่อง โทร.087-871-4449 คุณสุพจน์ โสฬส โทร.087-379-6090 คุณปราณี ติดใจดี โทร.087-509-9507

พาไปชมวิวมุมสูงที่ผานางคอย พุทธอุทยาน วัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร ตำบลจรัส อำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์ ตั้งอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีป่าและภูเขาล้อมรอบ มีเนื้อที่ครอบคลุม ประมาณ 10,865 ไร่ ซึ่งอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพันธุ์ไม้และสมุนไพรหายากรวมทั้งสัตว์ป่านานาชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำลำธาร มีทัศนียภาพที่งดงาม สภาพแวดล้อมเงียบสงบร่มเย็น เหมาะกับการศึกษาปฏิบัติธรรม และท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่สำคัญยิ่ง

ผืนป่าบางส่วนติดชายแดนไทย-กัมพูชา ถึงแม้ว่าจะมีร่องรอยการตัดไม้ทำลายป่าให้เห็นอยู่บ้าง แต่อย่างไรก็ตาม ป่าทั้งผืนแห่งนี้ จัดได้ว่าอุดมสมบูรณ์มากที่สุดในอีสานใต้ของประเทศไทย

ใกล้ๆจุดชมวิวผานางคอย มีพระพุทธรูปปางนาคปรกขนาดหน้าตักกว้าง 9 เมตร ประดิษฐาน ณ ลานกลางแจ้ง ให้ประชาชน นักท่องเที่ยวได้เคารพสักการะเวลามาท่องเที่ยวที่วัด

มองจากจุดชมวิวผานางคอย พุทธอุทยาน วัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร จะเห็นหนองน้ำขนาดใหญ่อยู่ไกลๆ ที่นี่คืออ่างเก็บน้ำห้วยจรัส มีความกว้างประมาณ 1 ก.ม. ยาวกว่า ๕ ก.ม. ที่โอบล้อมด้วยแนวเทือกเขาพนมดองเร็ก ป่าไม้ เป็นธรรมชาติที่สวยงาม ที่ถูกสร้างขึ้นเก็บกักน้ำเพื่อใช้ทางการเกษตรของชาวบ้านบริเวณนี้

อ่างเก็บน้ำห้วยจรัส เป็นแนวกันชนชายแดนในยุคสงครามเวียดนาม-ลาว-กัมพูชา ปัจจุบันนับเป็นพื้นที่เพาะปลูกพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ เช่น สวนยางพารา สวนผลไม้ เงาะ ทุเรียน แก้วมังกร เป็นต้น นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่จับปลาน้ำจืดมากมายของชาวบ้านอีกด้วย

รู้หรือไม่ปราสาทหินที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทยอยู่ที่จังหวัดสุรินทร์ นั่นคือ..ปราสาทภูมิโปน ตั้งอยู่ที่ตำบลดม อำเภอสังขะ จ.สุรินทร์

ปราสาทภูมิโปน เป็นปราสาทแบบศิลปะเขมรสร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 13 ประกอบด้วย โบราณสถาน 4 หลัง คือ ปราสาทก่ออิฐ 3 หลัง และศิลาแลง 1 หลัง

เดินทางมาท่องเที่ยวสุรินทร์ต้องมาช็อปปิ้งที่นี่ ตลาดการค้าช่องจอม ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 และ 14 บ้านด่านพัฒนา ตำบลด่าน จังหวัดสุรินท์

ช่องจอมเป็นเส้นทางข้ามแดนที่ใหญ่และสะดวกที่สุดของจังหวัดสุรินทร์ที่จะไปยังกัมพูชา (ฝั่งตรงข้ามด้านกัมพูชาเป็นชุมชนโอร์เสม็ด อำเภอสำโรง จังหวัดอุดรมีชัย) ทำให้มีการติดต่อสัญจรไปมาและซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างชาวไทยและกัมพูชามาเป็นเวลาช้านาน

ตลาดชายแดนช่องจอม เปิดทำการค้าขายและสัญจรไปมาทุกวันระหว่างเวลา 8.00-16.00 น. โดยเฉพาะวันหยุดเสาร์-อาทิตย์-นักขัตฤกษ์ จะมีชาวบ้านและนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาช็อปปิ้งเป็นจำนวนมาก

จากตัวเมืองสุรินทร์มีรถทัวร์ รถตู้โดยสารมาที่ตลาดชายแดนช่องจอมทั้งวัน สะดวกสบายเป็นอย่างมาก เพิ่มเติมเริ่มการข้ามแดนไปประเทศกัมมพูชาคนนอกพื้นที่สุรินทร์ต้องใช้ passport เท่านั้นอยู่ได้ 14 วัน ส่วน border pass ได้เฉพาะคนในพื้นที่เท่านั้น

แวะมาเที่ยวปราสาทที่อยู่ใกล้ชายแดนไทย-กัมพูชามากที่สุดคือที่นี่ กลุ่มปราสาทตาเมือน ตั้งอยู่ในช่องเขาตาเมือน (หรือช่องเขาตาเมียง) เทือกเขาพนมดงรัก ในเขตบ้านหนองคันนาสามัคคี หมู่ 8 ตำบลตาเมียง อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์

กลุ่มปราสาทตาเมือน ประกอบด้วยปราสาทหินสามหลัง เรียงลำดับจากขนาดใหญ่ไปขนาดเล็ก คือ ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาเมือนโต๊ด และปราสาทตาเมือน

เนื่องจากกลุ่มปราสาทนี้ตั้งอยู่ในเขตชายแดนประเทศไทย-กัมพูชา และเคยเป็นเขตอันตรายมาก่อน เพื่อความสะดวกและปลอดภัยควรติดต่อสอบถามกับหน่วยตำรวจตระเวนชายแดนที่ตั้งด่านอยู่หน้าหมู่บ้านก่อนเข้าไปเที่ยวชม

อีกหนึ่งสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเมืองสุรินทร์คือ อ่างเก็บน้ำห้วยเสนง เป็นอ่างเก็บน้ำของโครงการชลประทาน อยู่ห่างจากตัวเมืองสุรินทร์ไปทางถนนสายสุรินทร์-ปราสาท (ทางหลวงหมายเลข 214) ประมาณ 5 กิโลเมตร บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 5-6 แยกซ้ายมือไปทางถนนริมคลองชลประทาน ประมาณ 4 กิโลเมตร

นักท่องเที่ยวมักจะนิยมเข้ามาเล่นน้ำ และรับประทานอาหารพื้นบ้านริมสันเขื่อน โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อนและช่วงเทศกาลวันสงกรานต์ ที่นี่คึกคักเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ภายในที่ทำการชลประทานยังเป็นที่ตั้งของพระตำหนักที่ประทับของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และยังเป็นที่ประทับรับรองพระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์ เช่น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ที่เคยเสด็จเยือนที่นี่มาแล้ว

อีกหนึ่งสถานที่สำคัญที่ไม่ควรพลาดคือ วนอุทยานแห่งชาติพนมสวาย หรือเขาสวาย ตั้งอยู่ในพื้นที่ 2 ตำบลคือ ตำบลนาบัว ตำบลสวาย มีเนื้อที่ 1,975 ไร่ ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาสวายท้องที่ตำบลนาบัว อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ "พนมสวาย" เป็นคำภาษาพื้นที่เมืองสุรินทร์ "พนม" แปลว่าภูเขา "สวาย" แปลว่า "มะม่วง" ในหมู่พนมสวายประกอบด้วยภูเขา 3 ลูกติดต่อกันซึ่งมีมีชื่อพื้นเมืองเรียกแตกต่างกันไป ได้แก่ "พนมกรอล" แปลว่า "เขาคอก" มีความสูงประมาณ 150 เมตร "พนมเปร๊า แปลว่า "เขาชาย" มีความสูงประมาณ 220 เมตร "พนมสรัย" แปลว่า "เขาหญิง" มีความสูงประมาณ 210 เมตร รวมกันทั้ง 3 ลูก มีชื่อว่า เขาพนมสวาย

ความจริงคือ พนมสวายคือ ภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว จึงมีลานหินกระจายทั่วไป เนื่องจากวนอุทยานพนมสวายได้สำรวจทั่วบริเวณวนอุทยานพบว่า มีต้นกล้วยไม้ป่าอยู่เป็นจำนวนมาก ทางวนอุทยานได้จัดต้นกล้วยไม้ป่า มาติดไว้ตามต้นไม้ต่างๆ ริมถนน ริมลานจอดรถบ้าง วนอุทยานพนมสวาย ถือว่าเป็นวนอุทยานเฉลิมพระเกียรติแห่งหนึ่งในประเทศไทย และเป็นสถานที่แสวงบุญของชาวไทยที่เลื่อมใสในพระพุทธศาสนา เขตอุทยานพนมสวาย เขาพนมสวาย เป็นภูเขาที่โผล่ขึ้นมาโดดๆบนที่ราบทำนาของจังหวัดสุรินทร์ ห่างจากเทือกเขาพนมดงรักประมาณ 50 กิโลเมตร ห่างจากเขาพนมรุ้งประมาณ 50 กิโลเมตร (สามารถมองเห็นพนมรุ้ง และเขากระโดงได้ที่ด้านหลังพระพุทธสุรินทร์มงคล จนเห็นเทือกเขาพนมดงรัก และ เขาพระวิหาร) และอยู่ห่างจากศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 22 กิโลเมตร

มีวัดสำคัญใจกลางเมืองสุรินทร์อย่าลืมไปไหว้พระทำบุญที่ วัดบูรพาราม ตั้งอยู่ถนนกรุงศรีใน ตำบลในเมือง อำเภอเมือง ใกล้กับศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยกวัดบูรพารามขึ้นเป็นพระอารามหลวงตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2520

วัดบูรพาราม เป็นวัดเก่าแก่สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยกรุงธนบุรีหรือในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ มีอายุประมาณ 200 ปี เท่ากับอายุเมืองสุรินทร์ สร้างโดยพระยาสุรินทรภักดีศรีณรงค์จางวาง (ปุม) นั่นเอง

เห็นแล้วใช่ไหมว่าจังหวัดสุรินทร์ไม่ได้มีแค่ช้างและปราสาทหินเท่านั้น ยังมีแหล่งท่องเที่ยวมากมายที่รอให้ผู้สนใจเดินทางไปสัมผัสด้วยตัวเองแล้วจะรู้ว่าของเค้าดีจริงๆ ก่อนจะลาจาก จ.สุรินทร์ ต้องไม่ลืมไปสักการะอนุสาวรีย์พระยาสุรินทรภักดีศรีณรงค์จางวาง (ปุม) ผู้ก่อตั้งเมืองสุรินทร์นั่นเอง ทั้งนี้ก็เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตที่ครั้งนึงได้มาเยี่ยมเยือนที่นี่ เอาไว้เจอกันใหม่รีวิวหน้านะครับ ไปแว้วว

Writer
“ Mr.Prasit Suaysang ”

Photographer
“ Mr.Prasit Suaysang ”