อาหารท้องถิ่น

บางแสน บางใจ : ชลบุรี 🌊🌤

หลังวันหยุดยาว เพื่อน ๆ เป็นอย่างไรกันบ้าง…เล่นน้ำสงกรานต์สนุกกันแน่ ๆ เช่นเดียวกับบัดดี้ที่สนุกไม่แพ้กัน หากใครจำได้บัดดี้ได้เกริ่นไว้ว่า เรามีโอกาสไปเที่ยวบางแสน ทะเลใกล้กรุงเทพฯ ในวันเดียวก็เที่ยวได้ วันนี้เราเอาภาพบรรยากาศที่บัดดี้ได้เดินทางไปมาแล้ว แค่ 1 วัน ได้ทั้งอิ่มท้อง อิ่มใจมาฝากเพื่อน ๆ ไปตามรอยกันได้นะ สามารถเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวหรือจะเดินทางโดยรถสาธารณะเหมือนบัดดี้ก็ได้เช่นกันค่ะ ทริปนี้บัดดี้จะพาเพื่อน ๆ เดินทางจากกรุงเทพฯ เริ่มต้นกันที่ไปดื่มกาแฟรถ Truck สุดเก๋ริมชายหาด ชมโลกใต้ทะเลที่อควาเรียม อิ่มท้องกับร้านอาหารแสนอร่อย เช็กอินมุมใหม่ฟีลญี่ปุ่นกันที่ตลาดปลาบางแสนและแวะชอปของฝากติดไม้ติดมือก่อนกลับ แต่ละแหล่งจะมีที่ไหนบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ การเดินทาง เราเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปขึ้นรถที่สถานีขนส่งสายตะวันออกกรุงเทพฯ (เอกมัย) ที่นี่มีเคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋วไปเส้นทางสายตะวันออกอยู่หลายบริษัท มีทั้งรถตู้และมินิแวน แต่จุดหมายปลายทางของพวกเราก็คือ บางแสนนั่นเองค่ะ รถเที่ยวแรกเริ่มตั้งแต่เวลา 07.00 น.ราคาคนละ 110 บาท รถออกทุก 40 นาที สถานีขนส่งสายตะวันออกกรุงเทพฯ (เอกมัย)โทร. 0 2391 6846  จากสถานีขนส่งกรุงเทพฯ (เอกมัย) มาบางแสนใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งก็ถึงแล้วค่ะ โดยเรามาลงตรงวงเวียนบางแสน ซึ่งเป็นป้ายสุดท้ายของจุดส่งผู้โดยสารค่ะ จากวงเวียนบางแสนก็เห็นวิวทะเลแบบนี้ ช่วงเช้าบรรยากาศกำลังดีเลยค่ะ อากาศก็ไม่ร้อนเกินไป  เราไปถึงบางแสนเช้า ๆ ทริปนี้บัดดี้ได้ยินมาว่ามีร้านกาแฟที่ต้องตื่นเช้าที่สุดอยู่ริมชายหาด เพราะร้านนี้เปิดแค่ช่วงเช้าเท่านั้น พลาดไม่ได้แน่นอน!! ร้าน #Triple_N รถ Truck ที่ทำเป็นร้านกาแฟเล็ก ๆ ตกแต่งแนวสตรีทแต่คงกลิ่นอายชาวเลอยู่ด้วย วัยรุ่นแบบเราก็ต้องขอลองสักหน่อย เติมพลังกันก่อน บริเวณด้านหลังของร้านมีโต๊ะ เก้าอี้สนามให้ลูกค้านั่งดื่มกาแฟชมวิวทะเลได้ด้วยค่ะ ชิลมาก  หากใครอยากรองท้อง ร้านข้าง ๆ กันก็มีเมนูมื้อเช้าอย่างไข่กระทะด้วยนะ รสชาติใช้ได้เลยล่ะ  ของหวานก็มีค่ะ วาฟเฟิลหน้าต่าง ๆ ทานคู่กับกาแฟ เข้ากันสุด ๆ  ดื่มกาแฟกันแล้ว เราก็เดินทางโดยรถสาธารณะไปที่ #อควาเรียมบางแสน ห่างจากร้าน Triple N ประมาณ 2 กิโลเมตรก็มาถึงแล้ว ภายในแบ่งออกเป็น 3 โซน คือ #สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล (สถานเลี้ยงสัตว์น้ำเค็ม พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ทางทะเล) และศูนย์เรียนรู้โลกใต้ทะเลบางแสน (โซนใหม่) อีกทั้งภายในอาคารมีอากาศเย็นสบาย เหมาะจะมาเดินหลบลมร้อนในช่วงนี้เลยค่ะ ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 80 บาทเด็ก 40 บาท สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล เปิดทุกวัน เวลา 09.00-16.00 น.ศูนย์เรียนรู้โลกใต้ทะเลบางแสน (โซนใหม่) เปิดทุกวันเวลา 09.00-16.30 น. ตำบลแสนสุข อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี06 2713 1116https://goo.gl/maps/4u2KAY99urepNdUb8 ภายในมีจุดที่น่าสนใจหลายจุด แต่ที่สะดุดตาในทันทีคือ ตู้แมงกระพรุนหลายสายพันธุ์และหลากหลายสีสัน สวยมากเลยค่ะ โซนสีสันแห่งท้องทะเล เราจะได้พบกับปะการังต่าง ๆ และปลาที่เรารู้จักกันดีอย่าง ปลาการ์ตูนด้วยค่ะ  เดินกันมาเรื่อย ๆ จะถึงจุดที่นั่งชมปลาต่าง ๆ ในตู้ปลาขนาดใหญ่ จุดนี้จะเป็นจุดที่มีกิจกรรมการแสดงดำน้ำให้อาหารปลาด้วยนะคะ กิจกรรมมีทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 14.30 น. เดินมาถึงจุดไฮไลต์อีกจุดอย่างอุโมงค์ปลา เหมือนเราเข้าสู่โลกใต้ท้องทะเล ซึ่งที่นี่ได้จัดงานรับปริญญาสวย ๆ ของนักศึกษามหาวิทยาลัยบูรพาอีกด้วย ถือได้ว่าเป็นจุดยอดฮิตที่ต้องห้ามพลาดเลยนะคะ มาตามรอยเก๋ ๆ ที่นี่กันได้  เดินชมในอควาเรียมกันเสร็จแล้ว แวะมาชอปในโซนของฝากกลับบ้านกันได้นะคะ  ถัดมาเราไปชอปกันที่ #ตลาดปลาบางแสน ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ญี่ปุ่นกันเลยทีเดียว ถือว่าเป็นจุดเช็กอินแห่งใหม่ต้องห้ามพลาดเมื่อมาเที่ยวบางแสน ภายในแบ่งออกเป็น 2 โซน ได้แก่โซนอิซากายะ เปิดวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 15.00-23.00 น.โซนตลาดปลาบางแสน เปิดวันจันทร์-อาทิตย์ เวลา 10.00-21.00 น. โซนอิซากายะ มีทั้งร้านอาหารมากมาย ตกแต่งร้านสไตล์ญี่ปุ่นน่ารัก ๆ มีมุมถ่ายรูปอีกเพียบไม่ว่าจะเป็นซุ้มประตู สถานีรถไฟจำลอง ต้นซากุระ ฯลฯ อากาศร้อน ๆ แบบนี้ ต้องลอง ไทยากิรูปปลาสอดไส้ไอศกรีมช็อกโกแลตเย็น ๆ  มีมุมให้ถ่ายรูปฟีลเหมือนอยู่ญี่ปุ่นเลยล่ะ  เดินเที่ยว ถ่ายรูปกันแบบจัดเต็มไปแล้ว ก็ต้องหาอะไรกินให้อิ่มท้องก่อนกลับ ที่ร้าน #ไกลลิบ ชื่อร้านอาจจะดูไกล แต่จริง ๆ แล้ว เป็นร้านที่ซ่อนตัวอยู่ในถนนสายเล็ก ๆ แต่มีคนมาอย่างไม่ขาดสาย แถมใกล้กับชายหาดอีกด้วยค่ะ ร้านไกลลิบ ร้านอาหารทะเลพื้นบ้านมีอาหารมากมายหลายประเภทเลยค่ะ เมนูแนะนำที่ต้องกิน คือ ยำ 3 ไข่ ปูนิ่มผัดผงกระหรี่ ปลาหมึกผัดไข่เค็ม ฯลฯ แต่ละเมนูอาหารทะลจัดเต็มมาก เครื่องแน่นและกลมกล่อม ต้องลองไปชิมกันนะคะ  ถนนบางแสนล่าง 14/3 ตำบลแสนสุข อำเภอเมืองชลบุรี ชลบุรีเปิดทุกวัน เวลา 08.00-19.00 น. (ปิดวันอังคาร)08 7740 9111https://goo.gl/maps/ALwNsW7CP1fQAnGt5 ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ ก็ขอแวะชอปปิงของอร่อยบางแสนกันสักหน่อยที่ #ตลาดหนองมน ที่นี่มีของฝากให้เราได้เลือกซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้านเยอะแยะเลยค่ะ แต่ที่ห้ามพลาดเลยนั่นคือ ข้ามหลามหนองมน รสชาติดี หอม มัน มีหลากหลายเจ้าให้เลือกซื้อกันค่ะ  ตลาดหนองมน ถนนสุขุมวิท ตำบลแสนสุข อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรีhttps://goo.gl/maps/EjrR84J9kogKz5du8

บางแสน บางใจ : ชลบุรี 🌊🌤 อ่านเพิ่มเติม

ชุมชนแหลมมะขาม จ. ตราด 🧺💚

ชวนแพลนทริปเที่ยวภาคตะวันออก ที่ ‘ชุมชนแหลมมะขาม’ จังหวัดตราด เรียนรู้หัตถกรรมจักรสาน ชมหุ่นไม้กระดาน สัมผัสวิถีชุมชน บอกเลยว่าภาคตะวันออกไม่ได้มีดีแค่ทะเล เพราะมีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ที่น่าสนใจด้วยนั่นเอง ชุมชนแหลมมะขาม ตั้งอยู่ที่ อ. แหลมงอบ ห่างจากตัวเมืองตราดประมาณ 10 กิโลเมตร เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่มีพื้นที่ติดกับทะเล และป่าชายเลน ถึงจะเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ แต่ก็มีกิจกรรมให้เราเรียนรู้ไม่น้อยเลยค่ะ เช่น การเรียนรู้หัตถกรรมจักสาน การชมหุ่นไม้กระดาน การเรียนรู้การทำขนมพื้นบ้าน เรียนรู้ระบบนิเวศป่าโกงกาง นั่งเรือชมเกาะ เป็นต้น กิจกรรมไฮไลต์ของ ‘ชุมชนแหลมมะขาม’ ที่ห้ามพลาด1. หัตถกรรมจักสานจากต้นคลุ้ม – เรียนรู้ภูมิปัญญาพื้นถิ่น ทดลองทำจักสานจากต้นคลุ้ม ต้นไม้ที่นิยมปลูกในภาคตะวันออก2. พิพิภัณฑ์บ้านหุ่นไม้กระดาน – ชมเพื่อเรียนรู้และอนุรักษ์เครื่องมือช่างไม้โบราณ โดย คุณปู่ สงกรานต์ ไรนุชพงศ์ ชมหุ่นไม้กระดาน ที่ พิพิธภัณฑ์หุ่นไม้กระดาน ชุมชนแหลมมะขาม ที่นี่เป็นการสร้างสรรค์งานศิลปะจากภูมิปัญญาชาวบ้าน เพื่อนำมาเล่าเรื่องราวความเป็นชุมชนแหลมมะขามผ่านแผ่นไม้กระดาน รวมถึงการอนุรักษ์ไว้เพื่อให้คนรุ่นหลังได้มาเรียนรู้ ศึกษา เครื่องมือช่างโบราณ โดยมีการถ่ายทอดเรื่องราวผ่านหุ่นไม้กระดานด้วยนั่นเองค่ะ อีกหนึ่งกิจกรรมไฮไลต์ คือ เรียนรู้ภูมิปัญญาหัตถกรรมจักสานงอบใบจากและสานคลุ้ม ซึ่งถือว่าเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนเลยก็ว่าได้ค่ะ โดยเฉพาะหมวกใบจาก หรือ เหละ ผลิตภัณฑ์จักสานที่สร้างชื่อเสียงให้กับชาวบ้าน เป็นศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านที่สืบต่อกันมากว่าร้อยปี เหมาะสำหรับใช้กันแดด กันฝน สำหรับชาวสวน ชาวนา คนทั่วไปก็อุดหนุนมาใส่ได้เหมือนกันนะคะ นอกจากนี้ก็ยังมีสานข้าวของเครื่องใช้อีกหลาย ๆ รูปแบบ เช่น พัด พวงกุญแจ เป็นต้น ได้มาเรียนรู้ พูดคุย การทำหัตถกรรมจักสานกับชาวบ้าน สนุก เพลิน ๆ แถมยังได้ของติดไม้ติดมือกลับบ้านด้วยนะคะ นอกจากสานคลุ้มแล้ว ยังมีการเย็บงอบใบจาก ทำเสวียนงอบด้วยค่ะ ซึ่งการเย็บงอบนี่ก็ทำเพื่อนำไปสร้างเป็นที่กันแดด กันฝน หรือเย็บเป็นหมวกได้ด้วยนั่นเองค่ะ ส่วนตัวเสวียนงอบ ก็จะเป็นอุปกรณ์ส่วนหนึ่งในการประกอบทำหมวกงอบค่ะ ใครสนใจหมวกงอบ ที่สานโดยฝีมือของชาวบ้านแหลมมะขาม ก็อุดหนุนสินค้าชุมชน สินค้าชาวบ้านได้นะคะ มาชมวิถีชีวิตผ่านหุ่นไม้กระดาน ที่ พิพิธภัณฑ์หุ่นไม้กระดาน ได้เลยค่ะ นอกจากวิถีชีวิตชาวบ้าน ก็ยังได้เห็นว่าในอดีตเขามีเครื่องมือ เครื่องใช้อะไรบ้าง และสิ่งที่ห้ามพลาดที่สุด คือ การชิมอาหารพื้นบ้าน อาหารพื้นถิ่นนั่นเองค่ะ เพราะอาหารไทยเรามีเสน่ห์ มีเอกลักษณ์ในแต่ละพื้นที่ ใครที่มองหาสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อน ที่ ‘ชุมชนแหลมมะขาม’ ตอบโจทย์มาก ๆ เลยค่ะ เงียบ สงบ ได้สัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้าน ครบมาก ๆ หรือครอบครัวที่มีเด็กที่อยู่ในวัยเรียนรู้ ที่นี่เป็นแหล่งเรียนรู้นอกสถานที่ดีมาก ๆ อีกที่หนึ่งเลยค่ะ 💚 📌 ชุมชนแหลมมะขาม อ. แหลมงอบ จ. ตราด : https://goo.gl/maps/9mR43L431b5SiMLx6☎ โทร: 098-860-2914Facebook: https://www.facebook.com/baanlaemmakham

ชุมชนแหลมมะขาม จ. ตราด 🧺💚 อ่านเพิ่มเติม

ปักหมุดเที่ยวตลาดน้ำย่านตลิ่งชัน

เสาร์อาทิตย์นี้เพื่อน ๆ มีแพลนหรือยัง?? หากใครยังไม่รู้ว่าวันหยุดนี้จะไปเที่ยวไหน หรืออยากเที่ยวใน #กรุงเทพฯ แบบชิล ๆ เดินทางสะดวกรวดเร็ว มาปักหมุดเที่ยวตลาดน้ำย่านตลิ่งชัน 4 แห่ง ในกรุงเทพฯ กัน ตลาดน้ำ เป็นแหล่งรวมซื้อ-ขายสินค้าหลากหลายตามวิถีชีวิตของชุมชนที่อยู่ติดริมแม่น้ำลำคลอง มักจะนิยมพายเรือขายของกันทางน้ำ และยังดำเนินวิถีชีวิตอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน แม้ตลาดน้ำในปัจจุบันจะแตกต่างจากในอดีตไปบ้างเล็กน้อย แต่ความต้องการอนุรักษ์ไว้ ทำให้ตลาดน้ำเหล่านี้ยังมีชีวิต วันนี้ จะชวนเพื่อน ๆ ไปชิม ชอป ชมตลาดน้ำย่าน #ตลิ่งชัน ตามพิกัดดังนี้📍 ตลาดน้ำสองคลองวัดตลิ่งชัน📍 ตลาดน้ำตลิ่งชัน📍 ตลาดน้ำคลองลัดมะยม📍 ตลาดน้ำวัดสะพาน เส้นทางเดินรถบัสฟรีเที่ยว 4 ตลาดน้ำย่านตลิ่งชัน  จะเดินรถแบบวนรอบเมืองไปยังตลาดน้ำแต่ละจุด เริ่มต้นเส้นทางที่ MRT บางขุนนนท์ มุ่งหน้าไปตลาดน้ำสองคลองวัดตลิ่งชัน และตลาดน้ำตลิ่งชัน จากนั้น รถจะเข้าไปรับ-ส่ง ผู้โดยสารที่สายใต้ใหม่ แล้วเดินรถต่อไปยังตลาดน้ำคลองลัดมะยม และตลาดน้ำวัดสะพาน  ให้บริการในวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 09.00-16.45 น. (รอบละ 15-20 นาที ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสภาพการจราจรในช่วงนั้น)  การเดินทางไปตลาดน้ำแต่ละแห่งในลิสต์นั้น เพื่อน ๆ สามารถเดินทางได้ง่าย ๆ เพราะตอนนี้ กทม. จัดโครงการดี ๆ พานักท่องเที่ยวไปเที่ยวตลาดน้ำด้วยรถบัสไฟฟ้าฟรี  จุดที่ให้บริการรับ-ส่ง นักท่องเที่ยวจุดแรกอยู่ที่ MRT บางขุนนนท์ เพื่อน ๆ ที่มารถไฟฟ้าหรือรถโดยสารธารณะที่ตนสะดวก ให้มาลงที่บริเวณทางออกประตูที่ 2 หรือ 3 (ฝั่งทางเข้าตลาดบางขุนนนท์) เมื่อลงมาใต้สถานี ก็จะเจอจุดคอยรถบัส  รถบัสจะให้บริการเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.00-16.45 น. ให้บริการรอบละ 15-20 นาที ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสภาพการจราจรด้วย  ใครกลัวว่าจะคอยนาน ไม่ต้องกังวลไป เพราะเพื่อน ๆ สามารถเช็ครถบัสที่ให้บริการในขณะนั้นได้ว่ารถอยู่ที่ไหน ผ่านแอปพลิเคชั่นเวียบัส (Via Bus) โดยการสแกน QR Code ที่ป้ายจุดจอดรถ เท่านี้ก็จะสามารถติดตามรถบัสจาก GPS บนรถแต่ละคันได้  รถบัสจะวิ่งไปตลาดน้ำแต่ละแห่งตามลำดับของเส้นทาง จุดแรก มาเที่ยวที่ “ตลาดน้ำสองคลองวัดตลิ่งชัน”  รถจะจอดด้านหน้าวัด เพื่อน ๆ สามารถเดินผ่านวัดเข้ามายังตลาดน้ำได้เลย ตลาดน้ำสองคลองวัดตลิ่งชัน  เป็นตลาดน้ำที่อยู่ระหว่าง 2 คลอง ได้แก่ คลองชักพระและคลองวัดตลิ่งชัน เป็นตลาดที่ร่มรื่น ลมพัดเย็นสบาย แบ่งออกเป็นโซน ๆ ให้เดินซื้อของได้สะดวก มีที่นั่งรับประทานอาหารอยู่ริมคลอง  ของขายส่วนใหญ่ พ่อค้าแม่ค้าจะตั้งแผงกันด้านบนพื้นที่ริมคลอง และก็จะมีเรือขายของมาเทียบท่าด้วยเช่นกัน ขอบอกเลยว่าอาหารแต่ละร้านเด็ด ๆ ทั้งนั้น เช่น ก๋วยจั๊บญวน ก๋วยเตี๋ยวต้มยำสูตรโบราณ ขนมเบื้อง หมูสะเต๊ะ ขนมครกเตาถ่าน กาแฟสดหอม ๆ และผักผลไม้จากชาวบ้านอีกเพียบ นอกจากนี้ยังมีดนตรีสดโดยชาวบ้านในพื้นที่มานั่งร้องเพลงเปิดหมวกให้เพื่อน ๆ ได้ฟังกันด้วย และในแต่ละวัน ทางตลาดน้ำยังมีกิจกรรม Work Shop ให้กับเพื่อน ๆ ที่สนใจมาร่วมสนุกกันได้ สามารถติดตามข่าวสารทางเพจ ตลาดน้ำ2คลอง วัดตลิ่งชัน  ตลาดน้ำสองคลองวัดตลิ่งชัน  ถนนชักพระ แขวงคลองชักพระ เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร เปิดวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 07.00-17.00 น. 08 9205 7532 Facebook: ตลาดน้ำ2คลอง วัดตลิ่งชันhttps://goo.gl/maps/e9173RGiQgKg3qgk8 มาแวะเที่ยวชมกันต่อที่ “ตลาดน้ำตลิ่งชัน”  ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตลาดน้ำสองคลองวัดตลิ่งชันมากนัก สามารถเดินถึงกันได้ ใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที หรือใครไม่สะดวกเดิน ก็สามารถรอรถที่จุดจอดรถจากหน้าวัดตลิ่งชัน แล้วนั่งมาลงที่นี่ได้เช่นกัน ชื่อตลาดอาจจะฟังดูคล้ายกัน เพื่อน ๆ อย่าสับสนกันนะ ตลาดน้ำตลิ่งชัน  ตั้งอยู่ติดกับสำนักงานเขตตลิ่งชัน บรรยากาศที่ตลาดน้ำแห่งนี้ค่อนข้างคึกคัก มีของขายมากมาย ตั้งแต่ต้นไม้ อาหารคาวหวานที่ละลานตา ผักผลไม้สด ๆ ที่ชาวบ้านในละแวกนี้เก็บมาขาย บางชนิดหารับประทานได้ยาก ตั้งเรียงตั้งแต่ทางเข้าตลาดไปจนถึงริมคลองด้านใน มีพ่อค้าแม่ค้าพายเรือนำผลผลิตผักสดผลไม้ที่ปลูกเองมาขาย บางลำก็ขายอาหารคาว ขนมหวาน รวมทั้งสินค้าหัตถกรรมต่าง ๆ ส่วนบนแพก็ยังมีร้านค้าอีกคับคั่ง  ช่วงกลางวัน ประมาณ 11.00-14.00 น. ในตลาดยังมีการแสดงดนตรีไทย รวมทั้งมีคาราโอเกะในสวนให้เพื่อน ๆ ได้ไปร้องเพลง หรือฟังเพลงกันอย่างเพลิดเพลินอีกด้วย  ที่ตลาดน้ำตลิ่งชัน มีเรือนำเที่ยวให้บริการสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการล่องเรือเที่ยวชมคลอง ตามเส้นทางที่ทางเรือจัดไว้ให้ มีทั้งให้บริการเป็นรอบ ๆ และแบบเหมาลำ สามารถไปติดต่อสอบถามที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ที่บริเวณทางเข้าด้านในริมคลอง   ตลาดน้ำตลิ่งชัน  ติดกับสำนักเขตตลิ่งชัน แขวงคลองชักพระ เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร เปิดวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 08.00-17.00 น. 08 7694 3219https://goo.gl/maps/WN38FEuCfQWtKBFz5 ออกมาขึ้นรถบัสที่หน้าสำนักงานเขตตลิ่งชัน แล้วมาต่อกันที่ “ตลาดน้ำคลองลัดมะยม”  ตลาดน้ำยอดฮิตที่มีนักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวที่นี่จำนวนมาก เพราะเป็นตลาดน้ำขนาดใหญ่ มีสินค้ามากมาย และมีกิจกรรมให้เพื่อน ๆ ได้ร่วมสนุกกัน  ระหว่างทางก่อนมาที่นี่ รถบัสจะเข้าไปรับ-ส่ง ผู้โดยสารที่ขนส่งสายใต้ใหม่ด้วยนะ หากเพื่อน ๆ สะดวกไปขึ้นหรือลงรถที่นั่น ก็สามารถไปได้เช่นกัน ประเดิมที่ของกินกันก่อน  ภายในตลาดน้ำคลองลัดมะยมมีร้านค้าร้านอาหารจำนวนมาก เดินไปโซนไหนก็น่าซื้อไปหมด ไม่ว่าจะเป็น หมี่กะทิ ขนมเบื้องโบราณ ขนมจีนน้ำยาปู ก๋วยเตี๋ยวชามกะลา ผัดไท ทะเลเผา ขนมไทยหลากชนิด และอื่น ๆ อีกมากมาย นอกจากของกินแล้วก็ยังมีของใช้ของประดับต่าง ๆ ทั้งเสื้อผ้า ของเล่น เครื่องปั้นดินเผา ของเก่าน่าสะสม และร้านต้นไม้  ที่นี่ยังมีร้านให้บริการนวดแผนไทยด้วยนะ ใครปวดเมื่อยตัวก็มาแวะก่อนได้ เดินเลียบริมคลอง ก็จะเห็นพ่อค้าแม่ค้าบรรทุกสินค้าในเรือมาจอดเลียบคลองขายของกันตลอดทาง

ปักหมุดเที่ยวตลาดน้ำย่านตลิ่งชัน อ่านเพิ่มเติม

✨ ส้มซ่า พืชโบราณ ปรุงอาหารตำรับชาววัง 🍲

ส้มซ่า เป็นผลไม้ตระกูลส้มที่มีรสหวานอมเปรี้ยว หารับประทานได้ยาก หากมองแบบผิวเผินจะเห็นว่ามีรูปลักษณ์คล้ายมะกรูด ผิวขรุขระ แต่จะมีขนาดใหญ่กว่า สันนิษฐานว่ามีถิ่นกำเนิดในแถบอินโดจีน โดยชาวจีนไหหลำที่เข้ามาทำการค้าขายกับสยามได้นำเข้ามา ที่สำคัญ ยังเป็นสมุนไพรที่ให้คุณประโยชน์หลายอย่าง และนิยมนำไปประกอบอาหารตำรับชาววัง เช่น หมี่กรอบชาววัง ส้มฉุน เครื่องหวานชาววังดับกระหาย เป็นต้น 🍹 แม้จะหารับประทานได้ยาก แต่ในไทยมีการปลูกเชิงอนุรักษ์ไว้หลายแห่งในพื้นที่ที่มีสภาพแวดล้อมเหมาะสมแก่การปลูก เพราะไม่ใช่ว่าปลูกแล้วจะให้ผลผลิตได้ง่าย จะต้องอาศัยปัจจัยหลาย ๆ อย่างประกอบกัน ทั้งปริมาณน้ำ แสงแดด และคุณภาพของดิน ที่บ้านวังส้มซ่า ชุมชนชาวไทยเชื้อสายจีนแห่งนี้ ตั้งอยู่ริมน้ำน่าน ในจังหวัด #พิษณุโลก ในอดีต ทุกครัวเรือนในชุมชนจะปลูกส้มซ่ากัน กระทั่งความเจริญได้แผ่ขยายเข้ามาและเห็นว่าส้มซ่ามีจำนวนมากเกินความจำเป็น ชาวบ้านจึงปลูกพืชชนิดอื่น ๆ ทดแทน ต่อมาปี พ.ศ. 2557 มีการสำรวจภายในชุมชนและพบว่าต้นส้มซ่าเหลือเพียงต้นเดียว จึงได้เล็งเห็นความสำคัญว่าแท้จริงแล้ว ส้มซ่า เป็นพืชที่มีความสำคัญกับชุมชนอย่างมาก จึงได้กลับมาปลูกเพิ่มจำนวนขึ้นอีกครั้ง อีกทั้ง ยังส่งเสริมให้เกิดความนิยมมากขึ้น 🍸🍊 ผลผลิตของส้มซ่า สามารถนำมาแปรรูปเป็นสินค้าของชุมชนได้หลายชนิด เช่น ยาดม ลูกประคบ เครื่องสำอาง และยังนำมาประกอบอาหาร เช่น ผลนำมาทำม้าฮ่อส้มซ่า เปลี่ยนวัตถุดิบหลักอย่างสับปะรดมาใช้ส้มซ่า เครื่องดื่มจากส้มซ่า และส้มฉุน ขนมหวานชาววัง ส่วนใบสามารถนำมาตากแห้งทำเป็นชาใบส้มซ่าได้ด้วย จากการแปรรูปและพัฒนาจนเกิดเป็นชุมชนน่าเที่ยว ภายใต้ชื่อ #วิสาหกิจชุมชนบ้านวังส้มซ่า ในช่วงเดือนมีนาคม เป็นช่วงที่ส้มซ่าเริ่มให้ผลผลิตและจะเก็บเกี่ยวช่วงเดือนพฤษภาคม เพื่อน ๆ สามารถเข้าไปเยี่ยมชม ทำกิจกรรมสาธิต ชิมอาหารท้องถิ่น เที่ยวตามเส้นทางชุมชน และอุดหนุนสินค้าชุมชนกันได้ เส้นทางท่องเที่ยวบ้านวังส้มซ่า🚩 เยี่ยมชมสวนส้มซ่า🚩 นมัสการหลวงพ่อทันใจ ณ วัดสะกัดน้ำมัน🚩 ไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ ศาลเจ้าแม่ทับทิม🚩 ชิมอาหารจากผลผลิตตามฤดูกาล🚩 ชมอาทิตย์ตกดินริมแม่น้ำน่าน🚩 พักกาย พักใจ ที่ โฮมสเตย์บ้านวังส้มซ่า ได้รับการรับรองมาตรฐานโฮมสเตย์ไทย 📍 ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก📞 08 6929 1745🌐 https://goo.gl/maps/VARNWS6TsoGEo6Pp6 🚗 การเดินทาง : จากตัวเมืองพิษณุโลก วิ่งไปตามถนนหมายเลข 1063 (ถ.บรมไตรโลกนาถ) มุ่งหน้าไปตำบลท่าโพธิ์ ระยะทางประมาณ 11 กม. จะสังเกตเห็นป้ายทาง “บ้านวังส้มซ่า” อยู่ทางขวามือ

✨ ส้มซ่า พืชโบราณ ปรุงอาหารตำรับชาววัง 🍲 อ่านเพิ่มเติม

1 วันเที่ยวเยาวราช 🥰

เยาวราช เป็นถนนเก่าแก่ย่านการค้าของชาวไทยเชื้อสายจีนที่ไม่เคยเงียบเหงา และอย่างที่ทุกคนรู้ ย่านเยาวราชมีทั้งวัด ศาลเจ้า และศาสนสถานต่าง ๆ รวมถึงของกินอร่อย ๆ มากมายนับไม่ถูก ตระเวนกินได้ตั้งแต่เช้าจนมืดเลยค่ะ สถานที่ท่องเที่ยวและร้านอร่อยที่แนะนำคราวนี้ เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น หากใครเป็นสายกินก็เตรียมท้องให้ว่างกันเอาไว้ เพราะถนนสายนี้ อร่อยและน่ากินไปเสียทุกร้าน อดใจกันยากทีเดียว เส้นทางคราวนี้ แต่ละจุดไม่ไกลกัน สามารถเดินได้สบาย ๆ โดยจะเริ่มจากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน ลัดเลาะไปตามถนนเยาวราช ถนนเจริญกรุง และจบที่รถไฟฟ้าใต้ดินสถานีวัดมังกร ✨ วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เริ่มออกเดินทางจากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินหัวลำโพง เดินประมาณ 5-10 นาทีก็มาถึง #วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร ลำดับแรกเดินเข้าไปไหว้พระกันค่ะ นอกจากพระประธานแล้ว ที่นี่ยังมีพระพุทธรูปสำคัญอีกองค์หนึ่งคือ พระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร หรือที่เรียกกันว่า พระสุโขทัยไตรมิตร ซึ่งประดิษฐานอยู่ภายในพระมหามณฑป 4 ชั้น เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะสุโขทัย ทำจากทองคำแท้ และมีขนาดองค์ใหญ่ที่สุดในโลก ใช้เวลาอยู่ที่วัดรวมทั้งจะพาไปชมพิพิธภัณฑ์ด้วยประมาณ 1 ชั่วโมง เดินชมกันได้สบาย ๆ เลยค่ะ ไหว้พระแล้ว ยังมีอีกไฮไลต์ที่ขอแนะนำ คือ “ศูนย์ประวัติศาสตร์เยาวราช” หรือ “พิพิธภัณฑ์วัดไตรมิตร” เพื่อน ๆ จะได้รู้จักกับความเป็นมาของย่านการค้าเยาวราช การก่อร่างสร้างตัวของคนจีนในเมืองไทย ฯลฯ ผ่านการจัดแสดงที่ทันสมัยและน่าสนใจ พร้อมแผ่นป้ายให้ความรู้ 3 ภาษา คือ ไทย อังกฤษ และจีน ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา (วงเวียนโอเดียน) จากวัดไตรมิตร เดินมาทางหัวถนนเยาวราช ประมาณ 3 นาทีจะเจอซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา หรือที่รู้จักกันว่า #วงเวียนโอเดียน เดิมเป็นวงเวียนน้ำพุ เรียกชื่อตามโรงภาพยนตร์โอเดียน ที่เคยตั้งอยู่บริเวณนี้ จนเมื่อวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระชนมายุครบ 6 รอบ ในปี พ.ศ. 2542 เหล่าชาวไทยเชื้อสายจีน ห้างร้าน หน่วยงานราชการจึงรื้อวงเวียนเดิมออกและร่วมใจกันสร้างซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรตินี้ขึ้นเพื่อน้อมเกล้าถวาย ปัจจุบันที่นี่ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ที่สวยงามของเยาวราชไปแล้ว แวะถ่ายรูปเช็คอินกันสักหน่อย แล้วไปกันต่อเลย ศาลเจ้าแม่กวนอิม โรงพยาบาลเทียนฟ้ามูลนิธิ จากวงเวียนโอเดียนเดินต่อมาประมาณ 5 นาที จะพาเพื่อน ๆ เข้าไปสักการะเจ้าแม่กวนอิม ที่อยู่ในบริเวณโรงพยาบาลเทียนฟ้ามูลนิธิ #โรงพยาบาลเทียนฟ้ามูลนิธิ ก่อตั้งขึ้นเมื่อ ค.ศ.1903 เป็นมูลนิธิแห่งแรกของประเทศไทย โดยการรวมตัวกันของชาวจีน 5 ภาษา ชักชวนกันบริจาคเงิน จัดซื้อที่ดินและสร้างโรงพยาบาล เพื่อช่วยเหลือผู้เจ็บป่วยและผู้ยากไร้โดยไม่แบ่งเชื้อชาติ หรือศาสนา บริเวณด้านหน้าทางเข้ามูลนิธิ เราจะพบศาลเจ้าที่ประดิษฐานเจ้าแม่กวนอิม โดยเจ้าแม่กวนอิม พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรนี้เป็นปางประทานพร แกะสลักด้วยไม้ สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยราชวงศ์ซ่ง หรือเมื่อประมาณ 800-900 ปีมาแล้ว และได้อัญเชิญจากประเทศจีนมาประดิษฐานยังที่แห่งนี้เมื่อ พ.ศ.2501 หลงโถวคาเฟ่ ทำบุญกันแล้ว ท้องคงเริ่มร้องกันแล้วล่ะสิคะ เดินออกจากโรงพยาบาลเทียนฟ้ามูลนิธิประมาณ 3 นาที มาแวะกันที่นี่เลย #หลงโถวคาเฟ่ ร้านนี้เป็นคาเฟ่เล็ก ๆ ตกแต่งสไตล์จีน ถึงจะขนาดเล็กแต่บอกเลยว่ามีลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาอย่างไม่ขาดสาย เพราะนอกจากบรรยากาศภายในร้านจะดีแล้ว อาหารที่นี่ก็ไม่น้อยหน้าที่อื่น ๆ เลย แนะนำว่าควรไปก่อนเที่ยงนะคะ เพราะคนยังไม่เยอะมาก ถ้าไปหลังจากนั้นอาจจะต้องรอคิวนานเลย เมนูที่มาถึงแล้วต้องห้ามพลาดเลย– Chinese Breakfast ชุดข้าวต้มสุดคลาสสิก– Egg Lava Bun ซาลาเปาไส้ไข่ไหลเยิ้มที่จัดว่าเด็ดมาก ๆ– Lhong Tou Shumai เกี๊ยวสอดไส้หมูสับและกุยช่าย กินคู่กับน้ำจิ้มรสเด็ดไม่เหมือนใครและสุดท้าย เกี๊ยวกุ้งทอดไส้แน่นจุใจ มีความกรอบนอก นุ่มใน เราใช้เวลาอยู่ในร้านประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง อย่างที่บอกร้านนี้จะมีนักท่องเที่ยวมาลิ้มลองความอร่อยกันเยอะ แต่ได้กินแน่นอนค่ะ  ลอดช่องสิงคโปร์ ของคาวแล้วต้องต่อด้วยของหวาน เดินย้อนขึ้นมาถนนเจริญกรุงประมาณ 3 นาที แวะกินอะไรให้สดชื่นกันหน่อย “ลอดช่องสิงคโปร์” ที่หากินไม่ได้ในสิงค์โปร์ แต่อยู่ที่ย่านเยาราชอันโด่งดังนี่เอง ที่มาที่ไปของลอดช่องสิงคโปร์นั้น แต่เดิมตั้งร้านอยู่บริเวณทางเข้าโรงภาพยนตร์สิงคโปร์ มีชื่อเสียงเรื่องความอร่อยจนเลื่องลือไปทั่ว จึงเรียกกันมาปากต่อปากว่า “ลอดช่องหน้าโรงหนังสิงคโปร์” และในที่สุดก็กลายมาเป็น “ลอดช่องสิงคโปร์” ซึ่งปัจจุบันโรงหนังที่ชื่อว่า สิงคโปร์ ได้ปิดตัวลงไปแล้ว แม้ว่าจะเป็น ลอดช่อง เหมือนกันแต่ลอดช่องน้ำกะทิของไทยนั้นจะเด่นที่รสชาติกะทิ มีกลิ่นหอมมัน ส่วนลอดช่องสิงคโปร์ ตัวเส้นจะมีความเหนียว ๆ หนึบ ๆ รสชาติกะทิไม่เด่นมากนัก แต่จะได้กลิ่นหอมและรสชาติหวาน ๆ จากน้ำตาลทรายแดงเข้ามาแทน วัดมังกรกมลาวาส เติมพลังกันไปแล้ว เราใช้เวลาเดินประมาณ 10 นาทีไปที่ #วัดมังกรกมลาวาส หรือที่หลายๆ คนรู้จักกันในชื่อว่า #วัดเล่งเน่ยยี่ วัดเล่งเน่ยยี่นับเป็นวัดที่มีสถาปัตยกรรมแบบจีน มีความเชื่อกันว่า การไหว้เทพเจ้าต่าง ๆ เป็นการขอพร และการแก้ปีชง เพื่อเสริมสิริมงคล เป็นวัดจีนสังกัดคณะสงฆ์จีนนิกายแห่งประเทศไทยและได้รับพระราชทานนามวัดจากรัชกาลที่ 5 ว่า “วัดมังกรกมลาวาส”  ด้านในพระอุโบสถประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญ 3 องค์ ได้แก่ พระศากยมุนีพุทธเจ้า พระอมิตาภพุทธเจ้า และพระไภษัชยคุรุพุทธเจ้า นอกจากนี้ภายในวัดยังมีเทพเจ้าองค์อื่น ๆ อีก รวมแล้วกว่า 58 องค์ ศาลเจ้าไต่ฮงกง ถัดมาไม่ไกลจากวัดมังกร เดินประมาณ 5 นาที มากันที่ #ศาลเจ้าไต่ฮงกง ซึ่งเป็นสถานที่ที่ผู้คนนิยมเดินทางมาทำบุญสะเดาะเคราะห์ด้วยการบริจาคโลงศพให้กับศพไร้ญาติ ใครอยากจะทำทาน บริจาคโลงศพให้กับศพไร้ญาติ ที่นี่ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ดีไม่น้อยเลยทีเดียว วัดบำเพ็ญจีนพรต ใกล้ ๆ กันมาต่อที่วันจีนเล็ก ๆ อย่าง #วัดบำเพ็ญจีนพรต เดิมชื่อวัด ยางฮกอำ สันนิษฐานว่าสร้างโดยชาวจีนในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ ต่อมาพระอาจารย์สกเห็งได้ปฏิสังขรณ์วิหารพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ พร้อมกับเปลี่ยนชื่อวัดเป็น “ย่งฮกยี่” ในราว พ.ศ.2430 และได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานนามวัดจากรัชกาลที่ 5 ซึ่งพระองค์ได้พระราชทานนามวัดให้ใหม่ว่า “วัดบำเพ็ญจีนพรต” 

1 วันเที่ยวเยาวราช 🥰 อ่านเพิ่มเติม

✨เที่ยวเมืองเหนือก่อนสิ้นปี ที่เชียงราย-พะเยา✨

ช่วงนี้หลายคนเริ่มมองหาที่เที่ยวทางภาคเหนือกันแล้ว ภาคเหนือมีทั้งเมืองหลักเมืองรอง น่าเที่ยวไปหมด สำหรับคนที่เที่ยวเมืองหลักปรุโปร่งแล้ว ลองเปลี่ยนบรรยากาศมาเที่ยวเมืองรองกับแอดได้นะ แอดมีเส้นทางเชียงราย-พะเยา 2 วัน 1 คืนมาเสนอ เที่ยวสนุก ผู้คนน่ารัก แหล่งท่องเที่ยวหลากหลายน่าสนใจ ทั้งศิลปะ ธรรมชาติป่าเขา และวัดวาอาราม ทริปนี้แอดขอแนะนำให้บินมาลงที่สนามบินนานาชาติแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย แล้วเช่ารถขับไปเที่ยวกัน วันที่ 1 ขัวศิลปะ Art Gallery จุดหมายแรกของเราอยู่ไม่ไกลจากสนามบิน ขับรถไปเพียง 6.5 กิโลเมตรเท่านั้น แอดจะพาเพื่อน ๆ เดินข้ามสะพานแห่งศิลปะ แต่อย่าจินตนาการถึงสะพานข้ามน้ำอะไรทำนองนั้นนะ เพราะจริง ๆ ที่นี่เป็น Art Gallery โดย “ขัว” แปลว่า “สะพาน” ในภาษาเหนือนั่นเอง ขัวศิลปะ เกิดจากการร่วมมือร่วมใจของเหล่าศิลปินจังหวัดเชียงราย ที่ต้องการเชื่อมโยงศิลปะกับสังคม สร้างบรรยากาศศิลปะที่เรียบง่ายและกลมกลืนกับชุมชนให้เหมือนเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน ภายในขัวศิลปะ แบ่งเป็นโซนแสดงภาพศิลปะ โซนขายของที่ระลึก โซนสอนศิลปะและโซนร้านอาหาร-ร้านกาแฟ โซนศิลปะ เป็นการจัดแสดงผลงานศิลปะหมุนเวียน โดยจะนำผลงานของศิลปินเชียงรายทั้งรุ่นใหญ่และรุ่นใหม่ รวมถึงศิลปินไทยและนานาชาติเวียนกันมาจัดแสดง หากเพื่อน ๆ ชอบผลงานที่จัดแสดง ก็สามารถติดต่อขอซื้อเพื่อเป็นการสนับสนุนศิลปินได้เลย ตรงชั้น 1 ใกล้ ๆ ประตูทางเข้า จะมีโซนร้านอาหารชื่อ “มาลองเต๊อะ” แปลว่ามาลองกันเถอะ เป็นอาหารเหนือฟิวชั่น รสชาติอร่อย เพื่อน ๆ สามารถชมวิวริมน้ำระหว่างรับประทานอาหารได้ด้วย ทางร้านจะนำข้าวออร์แกนิคและผักปลอดสารพิษจากชาวบ้านในพื้นที่มาปรุงอาหารในร้าน หากอยากลองกินอาหารเหนือที่ทำจากวัตถุดิบคุณภาพดี แอดแนะนำที่นี่เลย บ้านดอยดินแดง ถ้าเพื่อน ๆ สนใจงานปั้นเซรามิก ไม่ควรพลาดบ้านดอยดินแดง จากขัวศิลปะ ขับรถไปทางอำเภอนางแล ประมาณ 6 กิโลเมตร จนถึงบ้านป่าอ้อ สังเกตปากซอยที่เขียนว่า ทางเข้าหมู่บ้านกะเหรี่ยง ขับตรงไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตรก็ถึงที่หมาย บ้านดอยดินแดง หรือที่คนเหนือเรียก ‘คุ้มดอยดินแดง’ เป็นทั้งบ้าน สตูดิโอและโรงงาน ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2534 โดย อ.สมลักษณ์ ปันติบุญ ศิลปินชาวเชียงราย ที่ไปเรียนวิชางานปั้นจากศิลปินเซรามิกที่เกาะคิวชู ประเทศญี่ปุ่นมากว่า 5 ปี ภายในบริเวณบ้านดอยดินแดง เราจะได้เห็นกระบวนการผลิตเครื่องปั้นดินเผา ทั้งการปั้น การแต่งทรง การตาก การลงสี ฯลฯ รวมถึงได้เห็นเครื่องปั้นสวย ๆ ที่จัดวางอยู่ทั้งในและนอกอาคาร จากการเดินดู แอดรู้สึกได้เลยว่างานแต่ละชิ้นมีความงามในแบบของตัวเอง เป็นความงดงามในความสามัญ กลมกลืนกับบรรยากาศรอบข้าง สวยด้วยตัวของชิ้นงานเอง ไม่ได้ประกาศตัวให้ใครมาชมความงามของตน นอกจากงานปั้นสวย ๆ แล้ว บรรยากาศที่นี่ก็ร่มรื่นมาก มีร้านกาแฟเล็กให้นั่งพัก สามารถจิบกาแฟไปพร้อม ๆ กับชื่นชมงานเซรามิกที่ทางร้านนำมาใส่เครื่องดื่มเสิร์ฟพวกเราได้เลย ติดกับร้านกาแฟเป็นอาคารขายของ มีงานสวย ๆ มากมายให้เลือกซื้อ ไฮไลท์คือห้อง Discount แต่ต้องบอกไว้ก่อนว่า งานที่นี่เป็นงานแฮนด์เมดที่ทำขึ้นอย่างประณีต ราคาจึงจะสูงกว่างานที่ทำจากระบบโรงงาน แต่การันตีคุณภาพได้เลย เพราะโรงแรมใหญ่หลายแห่งก็สั่งของจากที่นี่ไปใช้อยู่ประจำ วัดนันตาราม จุดหมายต่อไป เราต้องเดินทางข้ามจังหวัดไปที่วัดนันตาราม จังหวัดพะเยา ซึ่งใช้เวลาเดินทางเกือบ ๆ 2 ชั่วโมงจากตัวเมืองเชียงราย วัดนันตาราม เป็นวัดที่มีวิหารขนาดใหญ่ สร้างจากไม้สักทองทั้งหลัง มีหลังคาซ้อนชั้นลดหลั่นกันสวยงาม ตกแต่งประดับประดาด้วยกระจกสี เป็นการออกแบบและก่อสร้างโดยนายช่างชาวพม่าจากลำปาง ซึ่งพ่อเฒ่านันตา วงศ์อนันต์ คหบดีชาวปะโอ (ต่องสู้) ผู้บูรณะวัดในขณะนั้นเป็นผู้ว่าจ้างมา ภายในวิหารมีพระพุทธรูปเก่าแก่ที่งดงามหลายองค์ แถมมีพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมข้าวของเครื่องใช้ในสมัยโบราณอีกด้วย พระประธานที่ประดิษฐานอยู่ในวิหาร เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยศิลปะแบบมัณฑะเลย์ แกะสลักจากไม้สักทองและลงรักปิดทอง มีความงดงามมาก นอกจากนี้ ในวิหารยังมีจุดน่าสนใจมาก ๆ อีกจุดก็คือ มีการประดับ “คิวปิด” หรือกามเทพตัวน้อยด้วย แต่จะอยู่ตรงไหน ลองหากันดู เนื่องจากวัดนี้สร้างขึ้นในสมัยที่พม่าตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ การแกะสลักรูปคิวปิดนั้น คาดว่าเกิดจากการรับอิทธิพลจากตะวันตกมาผสมกับตะวันออกนั่นเอง วันที่ 2 กว๊านพะเยา ที่นี่เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ มีเนื้อที่ 12,831 ไร่ เกิดจากการที่กรมประมงทำประตูกั้นน้ำเพื่อเก็บน้ำไว้ให้ประชาชนได้ใช้ในหน้าแล้งและช่วยป้องกันน้ำท่วมในหน้าฝน บริเวณรอบกว๊านพะเยามีที่พักหลากหลาย ราคาไม่แพงสำหรับนักท่องที่ยว เป็นแหล่งรวมร้านอาหารอร่อย มีคาเฟ่น่านั่ง และยังเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของคนในท้องที่อีกด้วย กิจกรรมหนึ่งที่แอดอยากแนะนำคือ นั่งเรือไปไหว้หลวงพ่อศิลาที่วัดติโลกอารามกลางกว๊านพะเยา วัดติโลกอารามนี้เป็นวัดโบราณที่จมอยู่ใต้น้ำ มีเพียงส่วนยอดพระธาตุที่โผล่พ้นน้ำ จากการสำรวจใน พ.ศ. 2550 ได้ค้นพบจารึกหินทรายที่บอกประวัติการสร้างวัด ทำให้ทราบชื่อวัด และทราบว่าวัดนี้เป็นวัดหลวงสมัยพระเจ้าติโลกราช แห่งแผ่นดินล้านนา หากเพื่อน ๆ มาในช่วงวันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา และวันอาสาฬหบูชา จะพบกับการล่องเรือเวียนเทียน ณ วัดติโลกอารามด้วยนะ นั่งเรือแจวไปถึงวัดติโลกอาราม ใช้เวลาประมาณ 20 นาที *อย่าลืมสวมเสื้อชูชีพทุกครั้งที่ลงเรือนะเพื่อน ๆ วัดศรีโคมคำ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “วัดพระเจ้าตนหลวง” ตั้งอยู่ริมกว๊านพะเยา เป็นที่ประดิษฐานพระเจ้าตนหลวง พระพุทธรูปศิลปะเชียงแสนองค์ใหญ่ที่สุดในล้านนา สร้างขึ้นระหว่าง พ.ศ. 2034-2067 นอกจากนี้ภายในอุโบสถยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธชินราชจำลอง และงานจิตรกรรมฝาผนังฝีมือ อ.อังคาร กัลยาณพงศ์ ศิลปินแห่งชาติอีกด้วย อนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง ตรงข้ามกับวัดศรีโคมคำ คือ “อนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง” กษัตริย์ผู้ปกครองเมืองภูกามยาว หรือเมืองพะเยาในปัจจุบัน โดยในรัชสมัยของพ่อขุนงำเมือง (พ.ศ. 1801-1841) นับเป็นยุคสมัยที่บ้านเมืองเจริญรุ่งเรืองอย่างมาก สามารถมาไหว้ขอพร ขอกำลังใจได้

✨เที่ยวเมืองเหนือก่อนสิ้นปี ที่เชียงราย-พะเยา✨ อ่านเพิ่มเติม

ขนมควยลิง ✨🍡 ชุมชนขนมแปลกเมืองจันทบุรี

ชุมชมขนมแปลกริมคลองหนองบัว เป็นชุมชนท่องเที่ยวที่รวบรวมขนมแปลกท้องถิ่นแต่ละที่ของจังหวัด #จันทบุรี ไว้ที่นี่ เดิมเป็นชุมชนชาวจีนเก่าแก่ ที่มีอายุนับร้อยปี เกือบทุกบ้านริมคลองหนองบัวจะทำเมนูขนมแปลก ๆ มาให้นักท่องเที่ยวได้ชิมความอร่อยและความแปลกของขนม วันนี้เพื่อน ๆ จะได้รู้จักกับ “ขนมควยลิง” อย่าเพิ่งตื่นเต้นกับชื่อที่ได้ยินกันนะคะ ถึงแม้ว่าชื่อจะแปลกแต่ความอร่อยก็ปังไม่น้อยหน้าเลยทีเดียว ขนมควยลิง มีที่มาจาก เมื่อสมัยก่อนที่ชุมชนหนองบัวมีลิงแสมเป็นจำนวนมาก เวลาชาวบ้านทำขนมเจ้าลิงพวกนี้ก็จะมานั่งเฝ้า พร้อมกับโชว์ของดีให้ดูอยู่เป็นประจำ ชาวบ้านจึงตั้งชื่อขนมที่ทำว่า “ขนมควยลิง” นั่นเอง ขนมควยลิงนั้นทำมาจากแป้งข้าวเหนียว นำมาปั้นเป็นแท่งเล็ก ๆ รี ๆ และนำไปต้มในน้ำเดือด จากนั้นคลุกกับมะพร้าวขูด ทานคู่กับน้ำตาล จะได้รสชาติหวาน ๆ มัน ๆ 🍢 หากใครอยากลองชิม ปัจจุบันสามารถหาทานได้ แต่สูตรดั้งเดิมของชุมชนที่มีการสืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่นแล้วละก็ ต้องมารับประทานได้ที่ “บ้านยายลิและป้าตุ่ม” พูดขนาดนี้แล้ว ต้องไปลองชิมกันแล้วนะ 🥰

ขนมควยลิง ✨🍡 ชุมชนขนมแปลกเมืองจันทบุรี อ่านเพิ่มเติม

🔸ย่านเมืองเก่าสงขลา 🔸

ย่านนี้มีถนนสายสำคัญ 3 สาย คือ ถนนนครนอก ถนนนครใน และถนนนางงาม ในเขตเทศบาลนครสงขลา เป็นถนนที่เต็มไปด้วยอาคารซึ่งมีสถาปัตยกรรมงดงามและยังคงเอกลักษณ์ดั้งเดิมไว้ ทั้งตึกเก่าสไตล์ชิโน-โปรตุกีส และตึกแถวแบบจีนพาณิชย์ จุดเริ่มต้นของการเดินชมย่านเมืองเก่าสงขลา เริ่มต้นจากประตูเมืองสงขลาไปตามถนนนครนอก ซึ่งเป็นถนนเลียบริมทะเลสาบสงขลา สุดปลายถนนมีโรงสีเก่าทาสีแดงทั้งหลัง เรียกว่า “หับ โห้ หิ้น” ปัจจุบันเป็นที่จัดแสดงนิทรรศการถาวรเรื่องราวเมืองเก่าสงขลา ถัดมาคือ ถนนนครในและถนนนางงาม เป็นแหล่งรวมของร้านอาหารคาวหวานท้องถิ่นที่มีชื่อเสียงหลายสิบปี ทั้งร้านขายขนมไทยที่หารับประทานได้ยาก เช่น ขี้มอด ทองเอก ข้าวฟ่างกวน ขนมกระบอก ขนมบูตู สำปันนี อีกทั้งยังมีร้านไอศกรีม ร้านข้าวสตู และร้านกาแฟโบราณ ฯลฯ นอกจากนี้สามารถเดินชมภาพวาดสตรีทอาร์ตตามผนังบ้านเรือนบนถนนเส้นต่าง ๆ โดยแต่ละภาพสะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตของคนในพื้นที่

🔸ย่านเมืองเก่าสงขลา 🔸 อ่านเพิ่มเติม

✨เที่ยวเมียงไม่ไกลเมือง…เชียงใหม่🌿

หากมีวันหยุดสั้น ๆ แล้วอยากไปเที่ยวพักผ่อนเปลี่ยนบรรยากาศ แถบภาคเหนือ แอดเชื่อว่า #เชียงใหม่ เป็นตัวเลือกแรก ๆ ของใครหลายคน แต่ก็มีหลายคนที่ไปบ่อยเสียจนไม่รู้จะไปเที่ยวมุมไหนอีก วันนี้แอดขอชวนเพื่อน ๆ ไปเที่ยวแบบเมียง ๆ กันค่ะ อ๊ะ… เพื่อน ๆ อย่าเพิ่งแย้งว่าแอดเขียนผิดนะ คำว่า “เมียง” ในภาษาเหนือ แปลว่า “เมือง” นั่นแหละ แต่แอดจะพาไปเที่ยวแบบเมียง ๆ หรือ เมือง ๆ ยังไง ตามไปดูกัน 🥰 วันแรก เราเริ่มกันที่ “ชุมชนบ้านลวงเหนือ ชุมชนไทลื้อ” หมู่บ้านของชาวไทลื้อที่ยังรักษาวิถีชีวิตของตัวเองไว้ได้อย่างน่าชื่นชม ชุมชนนี้อยู่ใกล้ตัวเมืองเชียงใหม่เพียงแค่ขับรถไป 30 นาทีเท่านั้นเอง เพื่อน ๆ ที่สนใจจะมาเที่ยวที่นี่ แอดแนะนำให้ซื้อแพ็คเกจล่วงหน้านะ เพื่อที่เราจะได้สัมผัสกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมไทลื้อที่ทางชุมชนจัดให้อย่างเต็มที่ ทันทีที่มาถึง ไกด์ชุมชนก็ออกมาต้อนรับและพาไปที่ “ศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาไทยไตลื้อ บ้านใบบุญ” โดยจะมีแม่ ๆ ย่า ๆ มาคอยฮับต้อนย้อนวิถี ผูกข้อไม้ข้อมืออวยพร พรมน้ำขมิ้นส้มป่อย และเสิร์ฟเวลคัมดริงค์ที่เป็นสมุนไพรอย่างใบเตย กระเจี๊ยบให้พวกเรา https://goo.gl/maps/swjrX87Hab6ZrRtE6 จากนั้นจะเป็นการเล่าประวัติความเป็นมา ผ่านบทซอของชาวไทลื้อ มีการสอนให้ร้องตามพอสนุก ๆ ด้วยนะ ซึ่งภาษาเหนือสำเนียงไทลื้อ ก็จะต่างจากสำเนียงเชียงใหม่ แบบที่ฟังแล้วคนไทลื้อด้วยกันจะรู้เลยล่ะ หลังจากหัดซอขับซอกันพอสมควร ก็ไปแอ่วเฮือนเยือนผญา ที่นี่จะมีการสาธิตปั่นฝ้าย ทอผ้าแบบไทลื้อ และจัดแสดงเครื่องใช้ไม้สอย รวมทั้งเครื่องมือทำมาหากินในอดีตของชาวไทลื้อ ให้นักท่องเที่ยวได้พอเห็นภาพการใช้ชีวิตของชาวไทลื้อ แป๊บเดียวก็เที่ยงแล้ว แน่นอนว่ามื้อเที่ยงวันนี้เป็นอาหารไทลื้อ สำรับของเราประกอบไปด้วย ผัดไทไตลื้อ โสะบ่าก้วยเต้ด (ตำมะละกอใส่ขิงแบบไตลื้อ) น้ำสมุนไพร ขนมวง ข้าวจี่ ไข่ป่าม ข้าวแคบ อร่อยดีทีเดียว จากนั้น ไกด์ก็พาไปต่อที่ “บ้านสวนพอเพียงทรัพย์ทองศรี” ที่เน้นวิถีความพอเพียงของคนไตลื้อ มีกิจกรรมปลูกผักผลไม้ เลี้ยงไก่ บรรยากาศดีมาก เหมาะกับทั้งเรียนรู้และเดินเล่นเพลิน ๆ เลยล่ะ จุดต่อไปคือ “วัดศรีมุงเมือง” ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญของชุมชน วัดศรีมุงเมือง สร้างโดยพระเจ้าสามฝั่งแกน เมื่อ พ.ศ. 1954 เป็นวัดเก่าแก่ที่งดงาม และเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวไทลื้อ ภายในวัดมีเจดีย์เก่าแก่ และมีวิหารไทลื้อที่ได้ชื่อว่างามที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ ในหมู่บ้านลวงเหนือ นอกจากวัดศรีมุงเมืองแล้วยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อันเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวชุมชนอีกแห่ง นั่นคือหลักใจกลางหมู่บ้าน (เสื้อบ้าน) ที่จารึกวันเดือนปีที่สร้างหมู่บ้านไว้ว่าคือ วันเสาร์ที่ 3 เม.ย. พ.ศ. 1932 เป็นหลักฐานที่ยืนยันว่า มีหมู่บ้านและชุมชน ณ ที่นี้มามากกว่า 600 ปีแล้ว ต่อไปเป็นกิจกรรมสนุก ๆ ที่คนชอบงานฝีมือน่าจะชอบ ไกด์พาเราไปที่ “สวนตุ๊กตาไม้นายโถ” ซึ่งอยู่ห่างจากวัดศรีมุงเมืองประมาณ 500 เมตร มีตุ๊กตาไม้แบบไทลื้อหน้าตาน่ารักเต็มไปหมด นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาสนุกกับการระบายสีบนตุ๊กตาและนำกลับไปเป็นที่ระลึกได้ หลังจากเดินชมหมู่บ้านและแวะเวียนทำกิจกรรมมามาเกือบทั้งวัน เหมือนไกด์จะรู้ใจว่าต้องมีเหนื่อยกันบ้าง จุดหมายต่อไปจึงเป็น “เฮือนหอมยาท้องนางาม” เรือนนี้ให้บริการอบสมุนไพรและทำสปาเท้า แค่เดินเข้ามาก็รู้สึกผ่อนคลายแล้ว เราสามารถขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ได้เลยว่า ควรใช้สมุนไพรอะไรดี สำหรับแอด แอดเลือกสปาเท้าด้วยเกลือสมุนไพร ผ่อนคลายดีจริง ๆ https://goo.gl/maps/xx4f7QF1sT39UwG67 ปิดท้ายวันด้วยมื้อเย็นที่ “ศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาไทยไตลื้อ บ้านใบบุญ” มื้อนี้เป็นการกินแบบ “กาดมั่วคัวลื้อ” โดยแม่ครัวแต่ละคนจะทำอาหารเมนูเด็ดของตัวเองกันมา ให้นักท่องเที่ยวได้เลือกตักรับประทานแบบบุฟเฟต์ ทั้งยำมะเขือยาวออร์แกนิกใส่กุ้ง แกงผักปลังจิ้นส้ม ข้าวเงี้ยว ข้าวจี่ ไข่ป่าม และเครื่องดื่มสมุนไพร แต่หากกลุ่มนักท่องเที่ยวมีไม่ถึง 10 คน ทางชุมชนจะจัดเป็นขันโตกมาให้แทน นอกจากจะเป็นมื้อเย็นที่เอร็ดอร่อยแล้ว ยังมีโฟล์คซองเพลงลื้อและการขับร้องฟ้อนรำขับกล่อมพวกเราไปจน 20.30 น. เลย https://goo.gl/maps/5wQiKasRVrTJut9k7 วันที่ 2 เริ่มวันใหม่ด้วยมื้อเช้าที่ “ทุ่งนาใต้ฟ้าเมืองลวง” (ทุ่งนาฟ้ากว้าง) ที่เน้นไปที่การตกปลา เก็บไข่เป็ด เก็บผัก เก็บหน่อไม้ มาทำเป็นอาหารเช้า ก่อนจะนำเศษอาหารกลับไปทำปุ๋ยอีกครั้ง เป็นวิถีธรรมชาติที่น่าประทับใจมาก เรียกว่าประทับใจจนนาทีสุดท้าย ก่อนจะบอกลาเมืองลวงเหนือกลับเข้าเมืองเชียงใหม่เลยทีเดียว https://g.page/Fakwangfield?share กิจกรรมฐานการเรียนรู้ทุ่งนาฟ้ากว้าง รายละเอียดกิจกรรม หากสนใจเที่ยวแบบแพคเกจ รวมที่พัก อาหาร และบริการต่าง ๆ ราคาเริ่มต้นที่ประมาณคนละ 1,500 บาท (แนะนำให้ติดต่อล่วงหน้าประมาณ 1 สัปดาห์) หากเข้ามาเที่ยวแบบ Walk in ก็สามารถเข้ามาได้ เพียงแต่จะไม่เห็นชาวชุมชนใส่ชุดไทลื้อ แต่นักท่องเที่ยวสามารถเลือกกิจกรรมตามความสนใจได้ โดยมีค่าบริการแต่ละกิจกรรม ดังนี้ กิจกรรมต้อนรับ แอ่วเฮือนเยือนผญา กลุ่มละ 500 บาท ค่าวิทยากรเรียนรู้ ฐานละ 400 บาท ค่าเรียนการทำอาหารเช้า คนละ 100 บาท เป็นต้น หลังจากเที่ยวแบบเมียง ๆ มาแล้ว เราไปเที่ยวแบบเมือง ๆ กันบ้างดีกว่า เชียงใหม่เป็นเมืองที่มีร้านของว่าง ร้านขนมหวาน ร้านกาแฟใหม่ ๆ เกิดขึ้นอยู่เรื่อย ๆ แวะชิมกันสนุกสนานเลยล่ะ คราวนี้แอดเองก็มีร้านมาแนะนำอยู่ 3-4 ร้าน มีทั้งร้านใหม่ที่อยากให้ลอง และร้านเด็ดที่ไม่อยากให้พลาด ลองเลือกดูตามสไตล์ใครสไตล์มันได้เลย MOOHomeMade Cafe ร้าน MOOH (อ่านว่า หมู) เป็นร้านเบเกอรีที่ขายโดนัทแบบบอมโบโลนี มีไส้ต่าง ๆ ให้เลือกหลายไส้ เป็นร้านเล็ก ๆ น่ารัก อยู่ในนิมมานเหมินทร์ ซอย

✨เที่ยวเมียงไม่ไกลเมือง…เชียงใหม่🌿 อ่านเพิ่มเติม

✨ น้ำชุบหยำ น้ำพริกพื้นเมืองกับเรื่องเล่าพื้นบ้าน ✨

“น้ำชุบหยำ” ยังมีชื่อเรียกอีกหลายชื่อ ไม่ว่าจะเป็น “น้ำพริกขยำ” หรือ “น้ำพริกโจร” ซึ่งแต่ละคนก็อาจจะเคยได้ยินหรือเรียกไม่เหมือนกัน แต่ที่เห็นอยู่นี้ คือน้ำพริกพื้นเมืองที่นิยมรับประทานกันในภาคใต้ วัตถุดิบมีลักษณะคล้ายกับน้ำพริกกะปิของภาคกลาง แต่มีส่วนผสมเพิ่มเติม ได้แก่ กุ้ง กับน้ำกุ้งต้มเพื่อเพิ่มรสหวาน และจะทำน้ำพริกโดยวิธีการขยำ ๆ จนเข้ากัน น้ำชุบหยำ เป็นอาหารที่มีเรื่องเล่ากันว่า “ครั้งหนึ่ง โจรกำลังปล้นบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งในขณะที่กำลังปล้นก็เริ่มรู้สึกหิว จึงหาอะไรกิน และเห็นว่ามีเครื่องทำน้ำพริกอยู่ แต่ถ้าเกิดตำน้ำพริกโดยใช้ครก ก็กลัวว่าเจ้าของบ้านจะตื่น จึงใช้มือขยำ ๆ วัตถุดิบต่าง ๆ แทน” ซึ่งกลายเป็นที่มาของน้ำชุบหยำนั่นเอง ในปัจจุบัน มีสูตรและวิธีทำมากมายตามสื่อออนไลน์ ซึ่งถ้าหากใครที่อยากลองทำดู ก็สามารถทำได้ไม่ยาก หรือถ้าใครที่มีโอกาสเดินทาไปเที่ยวจังหวัดภูเก็ต หรือพังงา แนะนำให้เพื่อน ๆ ลองหารับประทานดูสักครั้งแล้วจะติดใจ

✨ น้ำชุบหยำ น้ำพริกพื้นเมืองกับเรื่องเล่าพื้นบ้าน ✨ อ่านเพิ่มเติม

Scroll to Top