ค้นหา


  • น่าน By : huanjung | 2011-07-12 09:05:22
    วันศุกร์ 3 ธ.ค. 2553 วันที่สามของการเดินทาง อ.เมือง จ.น่าน - น่านบูติคโฮเทล (Nan Boutique Hotel) - ร้านเฮือนฮอม - พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติน่าน - วัดพระธาตุช้างค้ำ - วัดภูมินทร์ - ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว จ.น่าน - วัดมิ่งเมือง - วัดพระธาตุช้างค้ำ - กาดหมั้วคัวศิลป์ - ร้านของหวานป้านิ่ม แข่งเรือลือเลื่อง เมืองงาช้างดำ จิตรกรรมวัดภูมินทร์ แดนดินส้มสีทอง เรืองรองพระธาตุแช่แห้ง "น่าน" เดิมชื่อ นันทบุรี เป็นจังหวัดที่ได้ชื่อว่าเป็น ดินแดนสุดขอบฟ้าล้านนาตะวันออก นอกจากจะเป็นเมืองแห่งศิลปะวัฒนธรรมอันเก่าแก่แล้ว ก็ยังเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์จากความสวยงามทางธรรมชาติ และด้วยความที่ตัวเมืองน่านอุดมไปด้วยวัดวาอารามที่เก่าแก่มากมาย จึงทำให้หลายๆ คนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า น่านเป็นเมืองคู่แฝดของหลวงพระบาง แต่จริงๆ แล้ว การเป็นเมืองคู่แฝดระหว่าง "น่าน" และ "หลวงพระบาง" มีที่มาที่น่าสนใจคือ ตามพงศาวดารกล่าวว่า น่านในยุคสร้างเมืองสมัยพญาภูคา พญาภูคาได้ส่ง ท้าวนุ่น ขุนฟอง บุตรบุญธรรมทั้งสองคนไปสร้างเมือง เมืองหนึ่งคือวรนคร อ.ปัว ปัจจุบัน อีกเมืองหนึ่งคือจันทบุรี หรือ หลวงพระบางปัจจุบัน เพราะหลวงพระบางสมัยนั้นถูกใช้เป็นสถานีการค้ากับกลุ่มที่จะออกไปถึงเมืองที่อยู่ลึกเข้าไปได้ เป็นช่องทางหนึ่งที่จะระบายเกลือจากเมืองน่านได้ โดยทั้งสองเมืองไปมาหาสู่กันได้โดยอาศัยลำน้ำโขงเป็นตัวเชื่อม นับถือพุทธศาสนาเหมือนกัน นับถือผีแบบเดียวกัน ประเพณี อาหารการกิน การแต่งกาย การทอผ้า ตลอดจนการแข่งเรือก็เหมือนกัน การบอกโมงยาม การนับถือปี เดือน วัน เหมือนกันหมด "ฉะนั้นการเป็นคู่แฝดไม่ได้หมายความว่าลักษณะของเมืองเหมือนกัน แต่มันหมายถึง เมืองที่มีชาติพันธุ์เดียวกัน แทบเป็นเส้นสายการค้าเดียวกัน เพราะมีวัฒนธรรมร่วมกันอยู่" / คำกล่าวของ อ.สมเจตน์ วิมลเกษม . . สำหรับการมาเยือนเมืองน่านของเราในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งที่สองในชีวิต หลังจากที่เคยไปเยือนมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อตอนอายุ 10 ขวบ ตอนนั้นจำได้แค่ว่าไปกับคุณพ่อ ส่วนที่ว่าไปไหน หรือไปทำอะไรบ้าง ความจำก็ส่วนนั้นก็ลางเลือนเต็มที 25 ปีที่ผ่านมา เมืองน่านจะเป็นอย่างไร วัดวาอารามจะมากมาย จิตรกรรม และศิลปวัฒนธรรมจะเก่าแก่และสวยงามมากแค่ไหน ก็ไปติดตามกันในทริป "เที่ยววัด ชมเมือง" กันเลยดีกว่า

  • น่าน By : huanjung | 2011-07-12 09:03:41
    ทริปนี้เรามีเวลาเกือบๆ 6 วันเต็ม ในการเดินทางท่องเที่ยวไปตามจังหวัดต่างๆ ในภาคเหนือ เริ่มตั้งแต่กรุงเทพฯ ไปยังน่าน, แพร่, เชียงใหม่, ลำพูน และลำปาง โดยทริปนี้ นอกจากจะวางแผนไว้ว่าจะเดินทางไปท่องเที่ยวแล้ว ก็ยังตั้งใจจะไปสักการะพระธาตุประจำปีเกิด และไหว้พระเพื่อความเป็นสิริมงคลอีกด้วย ไปติดตามทริปของเรากันเลยดีกว่า v v 1 ธ.ค. 2553 วันแรกของการเดินทาง กรุงเทพฯ - เมืองพิษณุโลก - เมืองน่าน เวลาประมาณบ่าย 3 โมง เรา 2 คน ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ กันด้วยรถยนต์ส่วนตัว จากกรุงเทพฯ เราใช้เส้นทางถนนวิภาวดี-รังสิต ก่อนจะเลี้ยวซ้ายเข้าถนนสายเอเซีย (ทางหลวงหมายเลข 32) จนถึง จ.นครสวรรค์ แล้วเลี้ยวขวาไปตามป้ายบอกทางไป จ.พิษณุโลก (ทางหลวงหมายเลข 117) ถึงเมืองพิษณุโลก เราแวะพักทานอาหารเย็นกันที่นี่ ก่อนจะออกเดินทางต่อ จากพิษณุโลก เราใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 101 ผ่านอุตรดิตถ์ แพร่ อ.ร้องกวาง และเดินทางถึง อ.เมือง จ.น่าน ในเวลาราวเกือบๆ เที่ยงคืน ถึงน่านแล้วเราก็ไปเช็คอินเข้าพักที่ "ศศิดารา รีสอร์ท" ซึ่งอยู่ทางเดียวกับวัดพระธาตุเขาน้อย สำหรับราคาห้องพักก็ 1,000 บ.-/คืน (รวมอาหารเช้า) ห้องพักค่อนข้างดี ที่นอนนุ่ม นอนสบาย เสียดายว่ากว่าจะเข้าที่พักก็ดึกและเหนื่อยเกินกว่าจะมีอารมณ์ถ่ายรูป เลยไม่มีรูปให้ดูกันเลยหล่ะค่ะ

  • เชียงราย By : poohpha | 2011-07-12 06:35:00
    ต้องบอกก่อนเลยนะครับว่า ไม่เคยทำblogมาก่อนเลย แต่มาทำคราวนี้เพราะอยากเที่ยวฟรีกับTATอะครับ ไปเที่ยวทั่วประเทศมาเยอะมาก ชอบเที่ยวมากๆ แต่ปกติจะถ่ายแต่รูปตัวเอง เอาไว้ลงfacebook แฮะๆ^^ รูปส่วนใหญ่ก็เลยจะมีผมและเพื่อนๆอยู่ในรูปด้วย อย่าเพิ่งเบื่อซะก่อนหละ ก็ไปเที่ยวอะโนะ ไปคนเดียวก็คงจะเปรี้ยวไป

  • ประจวบคีรีขันธ์ By : Gifuto | 2011-07-12 05:26:28
    ทริปนี้เป็นการไปปราณบุรี อย่างเป็นทางการครั้งแรก เพราะที่ผ่านมาแอบเที่ยวปราณผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอด (ตามรีวิวเพื่อนนี่แหล่ะ โฮะๆ) รถก็ไม่มีขับไปเอง เงินก็ไม่ค่อยจะมีเพราะใกล้สิ้นเดือน (เหมือนสิ้นใจ) แต่ทำไงได้ คนมันรักที่จะ (หนีงาน) ไปเที่ยวนี่เนอะ^^ ก็ลองมาดูกันว่า "3วัน 2คืน เที่ยวใกล้กรุง แบบไม่มีรถเก๋งคันงามให้ขับไป แต่ได้พักผ่อนในที่พักสุดหรู แล้วยังกินข้าวแต่ละมื้อราคาเหมือนอยู่ร้านแถวบ้าน แต่ความอร่อยสุดยอด!! ทำไปได้ยังไงเนี่ย!!!" เอาล่ะ ทริปนี้เน้นกลิ้งเล่น นอนเล่น เดินเล่น ขี่จักรยานเล่น และถ่ายรูปเล่นๆ รูปเลยอาจจะออกมาไม่ค่อยดีนัก แต่ก็เต็มใจจะนำเสนอให้เพื่อนๆได้ชมกันค่า มามะ ไปเที่ยวปราณบุรี กันดีกว่า.....ตามมาเลยค่า

  • เชียงราย By : 562025 | 2011-07-12 04:49:16
    การเดินทางของพวกเราเริ่มต้นที่จะตกลงไปสัมผัสอากาศหนาวเย็นกันที่ภาคเหนือ โดยจุดหมายแรกที่เราคิดกันคือภูชี้ฟ้า เราขับรถจากกรุงเทพผ่านจุดแรกที่เรานับเป็นจุดเริ่มต้นท่องเที่ยวคือ น้ำตกภูซาง เราแวะพักเที่ยวชมน้ำตกกระแสน้ำอุ่นมหัศจรรย์ดีค่ะ จากนั้นเราเดินทางต่อแต่ยังไม่ถึงภูชี้ฟ้า เราต้องหาที่พักเนื่องจากว่ามืดซะก่อน เราได้กางเต๊นท์กันที่ศูนย์ส่งเสริมเกษตรที่สูง ดอยผาหม่น พอรุ่งเช้าเราได้ไกด์ท้องถิ่นพาขึ้นผาสวรรค์เราเดินขึ้นไปชมทะเลหมอก พร้อมสัมผัสอากาศหนาวเย็น บรรยากาศดีมากๆ วิวสวย เราได้ไปดื่มกาแฟพร้อมชมพระอาทิตย์ขึ้น มื้อเช้าที่แสนประทับใจ จากนั้นเดินทางต่อภูชี้ฟ้าจุดหมายต่อไป เราไปถึงภูชี้ฟ้าบ่ายๆ กางเต๊นท์เสร็จ ก็ขึ้นไปชมบรรยากาศยามเย็นบนภูชี้ฟ้ากัน ท้องฟ้สวยมาก อากาศก็เย็น เราถ่ายภาพกันจนหน่ำใจ ตอนเช้าเราขึ้นไปชมทะเลหมอกบนภูชี้ฟ้าอีกครั้ง แต่ฟ้าไม่เปิดเท่าไหร่ แต่ยังไงก็ได้สัมผัสอากาศหนาวเย็น จากนั้นเราเคลื่อนทัพของเรามาท่องเที่ยวที่วัดร่องขุ่น ชมสถาปัตยกรรมที่สวยงาม จากนั้นเราขับต่อไปยังพระธาตุดอยตุง ไหว้พระขอพรกันหน่อย ที่พระธาตุเราเจอต้นนางพญาเสือโคร่งต้นแรกของทริป ถ่ายรูปกันใหญ่ จากนั้นเราขับรถไปยังดอยช้างมูบ เราได้ที่พักคืนนี้จากความใจดีของพี่ทหารที่รักษาอธิปไตยแนวเขตชายแดน เรากางเต๊นท์กันที่นั่น ตื่นเช้ามาก็ได้ชมทะเลหมอก จากหน้าเต๊นท์เลย บรรยากาศดีมากๆ พอดีวันนั้นที่เราไปมีการแข่งขันกีฬาเชื่อสัมพันธ์ระหว่างทหารไทยกับทหารพม่า ประทับใจมากค่ะ จากนั้นเราแวะเข้าชมความสวยงามของดอกไม้ที่สวนรุกขชาติแม่ฟ้าหลวง ยอมรับว่าดอกไม้สวยมากๆ ต้นนางพญาเสือโคร่งบานสะพรั่ง เราเดินทางกันต่อวางแผนไปเที่ยวที่สันป่าเกี๊ยะ เพื่อชมทะเลหมอก เราเดินทางสวนกลับทีมถ่ายทำกาแฟยี่ห้อหนึ่งด้วย เราได้กางเต๊นท์กันบริเวณที่ดีที่สุดที่ด้านหน้าเป็นจุดชมทะเลหมอก มียอดดอยเชียงดาวตระหง่านเป็นแากหลัง บรรยากาศสุดยอดจริงๆ เช้ามาเราได้เห็นทะเลหมอกที่สวยงาม ชดเชยที่เราไม่ได้เห็นที่ภูชี้ฟ้า ดื่มด่ำกับบรรยากาศกันจนเต็มอิ่มแล้ว เราก็มุ่งสู่อช.ดอยอินทนนท์ เราได้กางเต๊นท์กันที่บริเวณป่าสน เช้าก็ขึ้นชมพระอาทิตย์ขึ้นที่จุดชมวิวกิ่วแม่ปาน และขึ้นไปถ่ายรูปกันที่จุดสูงสุดแดนสยาม อากาศหนาวมาก เราเที่ยวชมพระธาตุ 2 องค์ที่สวยงามเป็นที่สุด พอสายๆเราเดินทางไปเที่ยวน้ำตกแม่ยะ ซึ่งยังคงความสวยงามเหมือนเดิม จบทริป North Hip & Chic ของเราค่ะ

  • ชัยภูมิ By : poopack | 2011-07-12 04:28:53
    เมื่อพูดถึงดอกไม้สวยๆ หลายคนคงนึกถึงอากาศที่หนาวเย็นทางภาคเหนือ ไม่ว่าจะเป็นเชียงใหม่ เชียงรายที่มีสวนดอกไม้นานาพันธุ์ซึ่งเกิดขึ้นจากการรังสรรค์ด้วยฝีมือมนุษย์ แต่จะมีสักกี่ที่ที่เราจะได้เห็นทุ่งดอกไม้ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติท่ามกลางทุ่งหญ้าที่เขียวขจีปกคลุมไปด้วยม่านหมอก และมันก็จะเบ่งบานในช่วงระยะเวลา 2-3 เดือนในช่วงหน้าฝนแบบนี้ทุกปี ผมกำลังพูดถึงที่นี่ครับ "ทุ่งดอกกระเจียว"อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ

  • เลย By : Xienfong | 2011-07-12 04:24:38
    "ผีตาโขน" คำนี้สำหรับผมเล่าได้เป็นฉากๆ เลยว่าเป็นอย่างไร จัดที่ไหน จังหวัดอะไรทั้งที่ไม่เคยไป - - เลย งงๆ จัดให้ตัวเองซักดอก ไปเอง มั่วเอง เที่ยวเองกับบริษัท เพชรประเสริฐ เป็นรถโดยสารปรับอากาศ VIP ราคาประมาณ 383 บาท รถออกจากขนส่งหมอชิต2 (จุดจองตั๋วอยู่ด้านล่างในขนส่ง ไม่ต้องขึ้นชั้นสองนะครับ) รถเป็นสาย กรุงเทพฯ-ภูเรือ เราต้องบอกพนักงานบนรถว่าลงด่านซ้ายด้วยครับ ไหนๆเทศกาลก็หมดไปแล้วเลยหยิบภาพงานมาฝากครับ

  • เพชรบูรณ์ By : mookaw | 2011-07-12 04:12:01
    สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ ทุกคน ขอแบ่งปันทริปอันน่าประทับใจให้ทุก ๆ คนได้รับชมกันอย่างอิ่มหนำสำราญค่ะ กว่าจะเดินทางมาถึงอุทยานภูหินร่องกล้าก็ปาไปตอนห้าโมง หลังจากที่ออกเดินทางจาก กทม. ตั้งแต่สิบโมงเช้า แต่ก็มีแวะประปรายทางมาตลอด .. พอจ่ายค่าธรรมเนียมเรียบร้อยก็บึ่งขึ้นเขากัน อีกไม่กี่นาทีพระอาทิตย์จะตกดิน .. แฟนก็นั่งขับลุ้นจรตัวโก่ง ประมาณว่าเบาะไม่ถึงหลัง คงกะว่าจะเพิ่มแรงขึ้นเขาของตัวรถได้ .. ห้าโมงครึ่งก็ถึงที่พักของภูหินร่องกล้า พวกเราสองคนก็คว้ากล้องคู้ใจเดินบึ่งไปที่ ลานหินแตก ก่อนเลย .. ลานหินทีว่าเป็นทางที่ตะปุ่มตะป่ำมาก ๆ ต้องเดินดี ๆ และจะมีสะพานเชื่อมระหว่างร่องหินที่แยกจากกันเป็นช่วง ๆ

  • กาญจนบุรี By : ม่วงมหากาฬ | 2011-07-12 03:58:20
    หากเปรียบเป็นเทพนิยายซักหนึ่งเรื่อง สังขละก็คงเปรียบได้กับเทพนิยายที่แต่งแต้มโดยนักกวีชั้นยอดหลายๆท่าน ที่คอยปรุงแต่งเนื้อหาให้ทันสมัยอยู่ตลอด บางเนื้อหาของเทพนิยายเรื่องนี้แม้จะปรับเปลี่ยนลีลา เค้าโครงเรื่องไปบ้างตามกาลเวลา แต่พื้นฐานของเทพนิยายที่ชื่อ สังขละ ก็ยังคงความน่าหลงใหลมิเปลี่ยนแปลง ผมมาเยือนสังขละในวันนั้นเพื่อต้องการเสพเทพนิยายชั้นเลิศที่ใครหลายๆคนต่างหลงใหล ภาพของเมืองในฝัน ไอหมอกคลอเคลียทิวเขา วิถีชีวิตบวกกับวัฒนธรรมประเพณีที่ผสมผสานกันอย่างกลมกล่อม เป็นอีกบทหนึ่งของบันทึกการเดินทางที่สำคัญทีเดียว

  • ประจวบคีรีขันธ์ By : bovy13 | 2011-07-12 03:40:03
    เป็นเวลานานมากแล้วตั้งแต่ได้รับอุบัติเหตุ..ทำให้ไม่สามารถที่จะเดินได้สะดวกเหมือนคนอื่นเขา..จึงทำให้ไม่เคยได้ออกไปไหนไกลๆกับเขาเลย..ยิ่งทะเลแล้ว เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ในใจเสมอมา..แต่ก็ไม่คิดว่าจะมีโอกาส วาสนาได้ไปเที่ยวกับเขาหรอก..แล้วอยู่มาวันหนึ่ง ไม่รู้ว่าท้องฟ้าเมตตาหรือ เทวดาสงสาร..ถึงได้ดลบันดาลให้ได้รับรางวัลจากทางโรงแรมดุสิตธานี หัวหิน..ได้รับรางวัล free 2-night stay in DUSIT GRAND ROOM พร้อมกับ Club Benefit และ นี่ก็เป็นที่มาของชื่อ “ทริปธรรมดาที่ไม่ธรรมดา” เมื่อได้รับวอยเชอร์จากทางโรงแรมแล้ว..ผมก็ได้โทรคอนเฟิร์มวันเช็คอิน เข้าพักกับทางโรงแรม..เมื่อถึงวันเดินทาง..วันที่ 7 ก.ค.54 วันนี้อารมณ์ดีเป็นพิเศษตื่นมาแต่เช้าตรู่ ตรวจเช็คเสื้อผ้าข้าวของที่เตรียมไว้..ดื่มกาแฟ..แล้วก็ไปอาบน้ำแต่งตัว..เมื่อถึงเวลา 09.09 น. อันเป็นฤกษ์งามยามดี ก็ได้ออกจากห้องพัก ที่ซอยแจ้งวัฒนะ28 ขึ้นแท็กซี่ มิเตอร์มาที่ท่ารถตู้ อนุสาวรีย์-หัวหิน มาถึงท่ารถตู้ก็เวลา 10.15 น. จ่ายเงินซื้อตั๋วรถไป 360 บ. เสร็จแล้วนั่งสักพัก พอถึงเวลา 10.25 น. รถตู้ก็ออกจากอนุสาวรีย์มุ่งตรงไปหัวหินทันที..นั่งมาสักพักเราชักไม่แน่ใจว่านี่เรานั่งอยู่บนรถตู้หรือรถฟอร์มูล่าวัน กันแน่..นั่งฟังเพลงเพลินๆ รถตู้ก็มาจอดที่หน้าทางเข้าโรงแรมดุสิตธานี หัวหิน ผมก้มมองที่นาฬิกา 12.58 น. พอดี...มาถึงก่อนเวลาเช็คอินซะอีก..พอก้าวลงจากรถตู้ ยามเห็นเราถือไม้เท้าลงมาด้วย ก็รีบวิ่งมาพยุงและรับกระเป๋าไปไว้ที่ป้อมทันที