บทความ
เที่ยวเรียนรู้ อู่อารยธรรมกับเส้นทาง"ไดโนเสาร์สะออน"ขอนแก่น-กาฬสินธุ์

ขอนแก่น

2015-07-31 15:03:33


สวัสดีเพื่อนๆ TATContactCenter ทุกๆคนครับ วันนี้จะพาเพื่อนไปเที่ยวตามรอยเส้นทางไดโนเสาร์สะออน ขอนแก่น-กาฬสินธุ์ด้วยกัน อยากเสนอบรรยากาศและสถานที่ที่น่าสนใจในเส้นทางนี้ไว้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของเพื่อนที่สนใจท่องเที่ยวในโซนภาคอีสานตามธีมที่ว่า “แหล่งเรียนรู้ อู่อารยธรรม”ครับ^^

สถานที่แรกที่เดินทางมาถึงคือ พิพิธภัณฑ์สิรินธร หรือ พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว ได้ชื่อว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ที่ดีที่สุดในอาเซียนเลย ตั้งอยู่บริเวณวัดป่าสักกะวัน ต.โนนกุ่ม อ.สหัสขันธ์ มาถึงก็จะเจอไดโนเสาร์ยืนโชว์ตัวรอรับเลย

ด้านหน้าทางเข้ามีการตกแต่งเป็นสวนขนาดย่อมพร้อมทั้งรูปปั้นเหล่าไดโนเสาร์ตามชนิดที่ถูกขุดข้นพบในประเทศไทยเราครับ

ตรงด้านหน้าทางเข้าอาคารของพิพิธฯจะมีเจ้าคอยาวตัวนี้ยืนอยู่ ไฮไลท์คือ...มันขยับคอได้ครับ เรียกความสนใจและความหวาดกลัวจากน้องๆเด็กๆได้ดีทีเดียว

เข้ามาด้านในบรรยากาศดูน่าเกรงขามตามอารมณ์ไดโนเสาร์ อ่อ..ค่าบัตรเช้าชมผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 10 บาทนะครับ

มีแผนผังบอกโซนต่างๆ มาแล้วเดินได้ครบทุกโซนเลยครับ ขนาดอาคารของพิพิธภัณฑ์ไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไปเดินได้กำลังดี

เข้ามาก็เจอสุดหล่อยืนจังก้าอ้าปากทักทายกัน “สยามโมไทรันนัส อีสานเอนซิส” ตามข้อมูลบอกว่าเป็นญาติกับเจ้าที.เร๊กซ์ที่เห็นกันบ่อยในหนัง แต่ตัวนี้แก่กว่าเยอะครับประมาณ 130ล้านปีมาแล้ว

บรรยากาศภายในอาคารแบ่งห้องจัดแสดงชิ้วส่วนของไดโนเสาร์ที่ขุดค้นพบ

ไม่ใช่แค่ไดโนเสาร์นะครับ ยังมีข้อมูลเกี่ยวกับวัฐจักรของหินแร่ธาตุต่างๆในช่วงเวลาที่ไดโนเสาร์ยังมีชีวิตอยู่

ห้องโถงใหญ่ด้านใน มีโครงกระดูกเจ้าคอยาวตัวเดียวกันกับด้านหน้าทางเข้าอาคาร พร้อมกับเพื่อนของมันอีก4-5ตัว

เดินมาดูหน่อยว่าตัวใหญแค่ไหนกัน ใหญ่เนอะ...คิดแล้วนี่ถ้าเกิดยุคเดียวกันวันๆคงได้แต่วิ่งหนีไดโนเสาร์ไม่เป็นอันทำอะไร

ลองมาดูกันใกล้ๆอีก ถึงจะเป็นกระดูกก็ไม่กล้าเล่นด้วยนะเนี่ย ถ้าจะเคร่งขรึมขนาดนี้

ตัวนี้แอบหลอนยืบหลบมุมแสงไฟ เดินคนเดียวมีเสียวสันหลัง

ตามจุดต่างๆจะมีชิ้นส่วนที่ถูกค้นพบมาจัดแสดงให้ดู สภาพของโครงกระดูกดูแล้วไม่น่าเชื่อว่าจะมีอายุมานานกว่าล้านปีเลย หลายๆชิ้นมีสภาพที่ดูสมบูรณ์มาก

บางตัวก็จะพบเป็นบางชิ้นส่วน ไม่ได้มีครบหมดทั้งตัว แม้จะพบเป็นบางชิ้นแต่ด้วยวิทยาการของมนุษย์เราก้สามารถศึกษาค้นคว้าจนเป็นข้อมูลให้เราได้เรียนรู้กัน

ยังมีสัตว์อีกหนึ่งชนิดที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือปลาโบราณครับ เคยมีชีวิตอยู่เมื่อ150ล้านปีก่อน...นานมาก

ปลาสมัยก่อนมีเกล็ดปลาเป็นลักษณะสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด ไม่เหมือนสมัยนี้ที่จะเป็นลักษณะกลมมน

ดูสภาพแล้วค่อนข้างเห็นเป็นตัวเด่นชัดมากเลยครับ อันนี้ผมตื่นเต้นนะเพราะไม่เคยเห็นมาก่อนเลย

นี่เป็นห้องปฏิบัติการสำหรับศึกษาค้นคว้าและวิจัยชิ้นส่วนกระดูกต่างๆ

นักท่องเที่ยวอย่างเราๆเข้าไแไม่ได้นะครับ แต่ยังสามารถถ่ายภาพเก็บบรรยากาศของห้องทำงานได้ เท่าที่ดูนี่มีชิ้นส่วนโครงกระดูกเยอะมากมายเลย

เป็นบรรยากาศโดยรวมของพิพิธภัณฑ์สิรินธรที่ดูแล้วน่าสนใจไม่น้อยเลยนะครับ ตอนนี้เดี๋ยวเราเดินทางไปที่อื่นกันต่อ^^

จากพิพิธภัณฑ์สิรินธรเรามาต่อกันที่วัดพุทธนิมิตร(ภูค่าว) เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ตะแคงซ้าย ไม่มีเกตุมาลา แต่น่าเสียดายวัที่ไปมีฝนตก ทำให้ไม่สามารถเดินลงไปดูได้เพราะทางเดินลงจะลื่นค่อนข้างอันตรายครับ ก่อนถึงบริเวณวัดจะเจอโบสถ์ไม้ทรงไทยหลังคาจั่วซ้อนสามชั้น หน้าบันเป็นไม้แกะสลักรูปพระพุทธเจ้าประทับในป่า

ภายในโบสถ์ประดิษฐานพระมงคลชัยสิทธิ์ เป็นพระประธานปางสมาธิสีทอง บริเวณด้านบนเพดานโบสถ์ตกตแ่งด้วยประติมากรรมไม้แกะสลักนูนต่ำแสดงพุทธประวัติ สงยงามมากครับ

ภายในเป็นไม้แกะสลักลายฉลุทั่วโบสถ์

ยังมีงานแกะสลักไม้นูนต่ำแสดงเรื่องพุทธชาดกตามกำแพงรอบๆด้าในของโบสถ์ด้วยครับ

ถัดมาจากโบสถ์จะเจอวิหารสังฆนิมิตร เป็นที่เก็บพระพุทธรูปและพระเครื่องรุ่นต่างๆที่หายาก

บริเวณด้านนอกวิหารรอบๆกำแพงมีงานแกะสลักเป็นพระในปางต่างๆพร้อมทั้งชั้นล่างลิงในอิริยาบถที่ต่างกัน ไม่แน่ใจในส่วนนี้ว่าเป็นการแกะสลักแสดงถึงเนื้อเรื่องส่วนใดนะครับ

ตรงประตูทางเข้าวิหารเป็นปรุไม้แกะสลักขนาดใหญ่แสดงเรื่องราวของพระพุทธเจ้า

อีกมุมหนึ่งด้านนอกของวิหาร

ด้านในวิหารมีพระธาตุให้เราได้ไปสักการะเพื่อเป็นสิริมงคล ภายในดุโอ่อ่าและรู้สึกสงบมากครับ

บริเวณโดยรอบกำแพงด้านในวิหารมีพระพุทธรูปปูนปั้นประดิษฐานอยู่ มีหลายศิลปะและยุคสมัยเดินดูได้ไม่มีเบื่อ

เสร็จจากวัดพุทธนิมิตรเราเดินทางมาจ.ขอนแก่นเพื่อเข้าพักกันที่ pullman raja orchid ขอนแก่น

เอารูปบรรยากาศในห้องมาฝากเล็กน้อยครับ

ภายในห้องน้ำข้าวของเครื่องใช้สะดวกดีครับ

หลังจากนอนเต็มอิ่มตื่นเช้ามาก่นออกเดินทางต่อเรามาทานมือ้เช้าให้อิ่มท้องกันก่อน^^

บริเวณที่ตักอาหารเป็นบุฟเฟ่ครับมีให้เรื่องหลากหลาย

โซนขนมปังนานาชาติปิ้งกินกันเพลินครับ

โซนกับข้าวเป็นพวกไส้กรอกแฮม ไม่ได้ถ่ายฝั่งอาหารไทรมาเพราะมัวแต่หยิบด้านนี้

ส่วนนี้เป็นวาฟเฟิล แพนเค้ก มีอีกอย่างหนึ่งจำชื่อเรียกไม่ได้ จะมีน้ำผึ้งและน้ำเชื่อมให้ราดพร้อมทาน...ส่วนตัวคิดว่าอร่อยครับ

อิ่มท้องมีแรงแล้วออกเดินทางมาต่อกันที่ อุทยานไดโนเสาร์ศรีเวียง ตั้งอยู่ที่อ.เวียงเก่า จ.ขอนแก่น มีฉากหลังเป็นเทือกเขาภูเขาเวียง

บริเวณภายในจัดทำเป็นสวนพักผ่อน มีไดโนเสาร์จำลองตั้งอยู่ทั่วบริเวณสวนเลยครับ

ไดโนเสาร์บางตัวขยับได้นะครับ แถมมีส่งเสียงร้อง ..แต่ว่าเราต้องหยอดเหรียญ10บาท มันถึงจะขยับให้เราดูนะครับ

ยักษ์ใหญ่ใจดีพี่คอยาวนี่เจอกันบ่อยครับ

เรามาต่อกันที่พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง อยู่ไม่ไกลจากอุทยานไดโนเสาร์ศรีเวียงครับ

ก่อนจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์ บริเวณพื้นที่นี้ได้มีการขุดค้นพบชิ้นส่วนกระดูกไดโนเสาร์ชิ้นแรกในประเทศไทย เป็นชิ้นที่ปรากฏในรูปภาพเลยครับ

ด้านในจัดแสดงชิ้นส่วนกระดูไดโนเสาร์ พร้อมทั้งมีป้ายบอกประวัติความเป็นมาของแต่ละชิ้น

บรรยากาศโถงด้านในอาคารมีจำลองโครงกระดูกของไดโนเสาร์ และมีตู้แสดงชิ้นส่วนต่างๆที่ถูกขุดค้นพบ

จำลองพื้นที่การขุดค้นพบชิ้นส่วนโครงกระดูก เนื่องจากว่าบริเวณพิพิธภัณฑ์จะอยู่ในพื้นที่ของอุทยานฯภูเวียงซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีกานขุดค้นพบกระดูกไดโนเสาร์จำนวนมาก

ที่นี่ก็มีห้องปฏิบัติงานค้นคว้าวิจับโครงกระดูกเหมือนกับที่พิพิธภัณฑ์สิรินธรด้วยครับ

มีห้องแสดงที่เรียกว่า"สวนไดโนเสาร์"มีหุ่นไดโนเสาร์จำลองพร้อมกับสภาพธรรมชาติเหมือนจริง

จุดนี้ได้รับความนิยมในการถ่ายภาพคู่กับเจ้าไดโนเสาร์ยักษ์ตัวนี้ครับ

จากพิพิธภัณฑ์ไดโนเสารืภูเวียงเรามาต่อกันที่พระมหาธาตุแก่นนคร(พระธาตุเก้าชั้น) ตั้งอยู่ในวัดหนองแวง อ.เมือง จ.ขอนแก่น

เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กก่ออิฐเรือนยอดทรงเจดีย์ เป็นสถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ บานประตูหน้าต่างแต่ละชั้นแกะสลักภาพชาดก

ด้านในอาคารตกแต่งอย่างสวยงามเป็นที่มิยมของทั้งชาวขอนแก่นและนักท่องเที่ยวที่มาสักการะ

ขึ้นมาถึงชั้นเก้าจะมองเห็นวิวเมืองขอนแก่นได้โดยรอบ ลมเย็นสบายมากครับ

งานแกะสลักบริเวณโดยรอบของแต่ละชั้น

ส่งท้ายการเดินทางด้วยรูปพระมหาธาตุ หวังว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นที่แนะนำสำหรับใครที่สนใจไปเที่ยวจ.ขอนแก่นและกาฬสินธุ์ และผู้ที่สนใจในเรื่องของประวัติการค้นพบชิ้นส่วนกระดูกไดโนเสาร์ ประเทศไทยเราฏ้มีที่ที่น่าสนใจไม่แพ้ที่อื่นๆเลยนะครับ วันนี้ไปก่อน...จนกว่าจะพบกันใหม่ครับ
ผู้แต่ง
“ sphinX ”

ช่างภาพ
“ sphinX ”