บทความ
[Nan In Love]เติมรักให้ยาวนานในเมืองชื่อสั้นๆ ว่า "น่าน"

น่าน

2011-07-01 02:43:36


ทริปนี้ผมจะพาทุกท่านไป แอ่วเมืองที่มีชื่อสั้นๆว่า น่าน ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเด็กดอย แฟนผม และถือโอกาสไปกราบไหว้บรรพบุรุษของเด็กดอย Jr. ด้วย แต่เป็นการไปแบบไม่ได้ตั้งใจไปเที่ยว เพราะเป็นการรับเด็กดอยแฟนผมจาก กทม ไป อยู่ ที่ เชียงราย ด้วยกัน และตลอดไป ทำให้ผมมีโอกาสไปเที่ยวแต่ในเมืองเท่านั้น ไม่ได้ออกไปสถานที่ดังๆตามอำเภอต่างๆของน่านเลย ตามมาชมกันเลยดีกว่าครับ

ถ้าพูดถึง น่าน หลายๆคนในนี้คงยังไม่เคยไป รวมทั้งผมด้วย เพราะการจะไปน่านนั้น แม่แต่คนน่านเองยังกล่าว น่านถ้าไม่ตั้งใจมาก็คงไม่มา ด้วยสาเหตุที่ น่านเป็นจังหวัด ที่ไม่ใช่มีเส้นทางผ่านไปจังหวัดอื่นมากนัก ดังนั้นคนจะไปน่าน นั้นต้องตั้งใจไป น่านจริงๆ ประกอบกับเส้นทางที่เข้าสู่น่าน นั้นค่อนข้างลำบาก ไม่ว่าจะเป็น เส้นทางที่คับแคบ คดเคี้ยว และสูงชัน ดังนั้น ตลอดเส้นทางไปน่าน ท่านจะพบกับภาพแบบนี้

ผมออกเดินทางจาก กทม ด้วยรถยนต์ส่วนตัว และขนของมากมายของเด็กดอย เวลา 14.00 น. ใช้เวลาเดินทางประมาณ แปดชั่วโมง ก็มาถึง น่าน ด้วยความอ่อนเพลีย ก็เลยเข้าบ้านเด็กดอย แล้ว พักผ่อนเอาแรง เพราะพรุ่งนี้เช้าผมมีโปรแกรม ตื่นเช้าไปทำบุญตักบาตร ข้าวเหนียว เป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับคนที่มาเที่ยว น่าน โดยขับมอไซค์ไปกับเด็กดอย สองคน แต่หากใครไม่ได้ เอารถไป ก็จะมี สามล้อถีบไว้บริการในการเดินทางในเมืองน่าน

ที่น่าน จะมีวัดอยู่เยอะมากมายหลายวัด ดังนั้นไม่ว่าคุณจะไปรอที่ใหน ก็จะพบเห็นพระมา บิณฑบาตร อยู่ทั่วไป ทั้งแบบมาเดี่ยว และมาแบบเป็นแถวหลายๆรูปแต่ที่สะดวกสุดเห็นจะเป็นตลาดสด เพราะ จะมีข้าวเหนี่ยว และของใส่บาตร ไว้ให้จับจ่าย

วันที่ผมไป เป็นวันที่มีอากาศหนาวในหน้าร้อน คือ 1 เมษา April fool day ธรรมชาติเลยเล่นตลกให้อากาศ สิกว่าองศา ในเดือนที่ขึ้นชื่อว่าร้อนที่สุกของปี เป็นสาเหตุที่ผมไม่ได้ เตรียม เสื้อกันหนาวไป แล้วขี่มอไซค์ตอนเช้า หนาวสุดๆ เด็กดอย สบาย เพราะ กลับบ้านไป มี เสื้อใส่ สบายใจ ไอ่ครั้นเราจะเอามาใส่ ก็ตัวเล็กซะขนาดนั้น

เดินเก็บภพบรรยากาศยามเช้า และไปหาอาหารเช้าทาน เป็นร้านต้มเลือดหมูที่ อยู่เยื้องๆ โรงแรมน่านฟ้าภูคา ที่ปรับปรุงใหม่ลบภาพเก่าๆไปแทบหมดสิ้น มีการประดับตกแต่ง และขึ้นราคาห้องพัก เพื่อรองรับ นักท่องเที่ยว ในระยะยาว ส่วนต้มเลือดหมู อร่อยดีครับ แถมในร้านยังประดับภาพถ่าย เมืองน่านโดยคนดังๆหลายท่านด้วย

จากราคาหลักร้อยก็ขยับขึ้นเป็นหลักพัน ยังตกแต่งด้วย ตุง สัญลักณ์ล้านนา อยู่

หลังจากทำธุระเสร็จ ก็ออกไปหาอะไรทาน เริ่มจากร้านที่เคยเห็นในห้อง BP คือร้าน milk club ที่ตกแต่งเก๋ๆ แนวๆ Hip and chic

จากเคยเห็นหลายๆรีวิวทำไว้ เราก็คาดหวังไว้มาก ทั้งๆที่เพื่อน ของเด็กดอยแฟนผม เตือนไว้แล้ว ว่าร้านไม่มีไรน่าสนใจ

แต่ดูเหมือนว่า ร้านกำลังอยู่ในระหว่างปรับปรุง หรือ ว่าร้านถูกใช้บริการเยอะจนไม่มีเวลาดูแล หรืออย่างไรไม่ทราบ ร้านดู โทรมๆ เก่าๆ ไม่สะอาดตา รกๆ หรืออาจเพราะ เจ้าของร้านมีลูกน้อย รึปล่าว เพราะ แอบเห็น เปลเด็ก และ ผ้าอ้อม ในร้าน ชั้นบน หรือว่าเป็นเพราะ สามัญสำนึกที่ดี ของวัยรุ่น เมืองน่าน ที่มาใช้บริการ ขาดหายไป หรือ ยังไงมิทราบ (เพราะร้านนี้กลายเป็นแหล่งรวมตัวของวัยรุ่นเมืองน่าน หลังเลิกเรียน)

ผมสั่งอาหารและเครื่องดื่มมากิน กาแฟผมสั่งลาเต้ บอกได้เลยว่าไม่อร่อยเลยถ้าเทียบกับชื่อเสียงของร้าน ส่วนอาหาร ก็ธรรมดา ไม่ว่าจะเป็น สลัดทูน่า ถ้วยนี้

หรือแม้แต่ ขนมปังปิ้ง ที่ไม่หอม และขาดหวาน จานนี้ หากเจ้าของร้าน milk club หรือคนที่รู้จัก เข้ามาดูอยู่ รบกวนปรับปรุงด้วยนะครับ เพราะ ยังเหลือเวลาอีกหลายเดือนกว่าจะถึง ไฮซีซั่น ของ น่าน

หลังจากนั้นผมก็เดินทางไป ยัง ททท ของเมืองน่านเพื่อดูข้อมูลร้านอาหาร และแหล่งท่องเที่ยวต่างๆในเมืองน่าน เพราะ เด็กดอย บอกว่า ลืมหมดแล้ว ไปเป็นเด็กสยาม ซะนาน 555

เมื่อหยิบ โบรชัวร์ และแผนที่นรวงต่างๆมาแล้ว ก็ เดิมข้ามถนนไปวัด ภูมินทร์ ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม

สถาปัตยกรรม ที่เคยไปอยู่บนธนบัตร ของประเทศไทย

ที่วัดภูมินทร์ มีภาพเขียนฝาผนังที่มีชื่อดัง ว่า กระซิบรักบรรลือโลก เป็นสัญลักษ์ที่ใช้ทั่วไปในเมืองน่าน

หลังจากนั้นก็หาอะไรทานเสร็จ ก่อนเดินทางไป สักการะพระธาตุประจำปีเกิดนักสัตว์ ปีเถาะ(กระต่าย) คือ พระธาตุแช่แห้ง ซึ่งอยู่ในระหว่างกำลังบูรณะ ไม่แน่ใจว่า เพราะ เหตุแผ่นดินไหว หรือไม่

อีกรูปแบบสัญลักษณ์ ที่ให้รู้ว่าเป็น ช่างจาก น่าน คือ ลายปูนปั้นพญานาค พันกัน บนซุ้มประตูทางเข้า โบสถ์ ของวัดพระธาตุแช่แห้ง และหลังคาแบบสามชั้น แบบนี้

เมื่อถึงเวลาเย็น ก็รีบขับมอไซค์ ขึ้นไป ที่พระธาตุเขาน้อย เพื่อไปชมวิวสวยๆของเมืองน่านยามเย็น

ขึ้นมาเก็บภาพ เมืองน่านยามเย็น ก่อนหมดแสง

จะเห็นได้ว่า เมืองน่านนั้น ตัวเมืองเล็กนิดเดียว ขับมอไซค์วนรอบแปบเดียวเอง แต่ข้อดูก็คือยังไม่มีแหล่งบันเทิงเริงใจ ในเวลาค่ำคืนมากนัก

แม้แต่ เธคหรือผับ ยังไปเปิดไกลตัวเมืองออกไปชานเมือง ติดกับทุ่งนา เลยทีเดียว

การจะขึ้นมาบนวัดพระธาตุเขาน้อยนั้น อันตรายสำหรับคนที่ ขี่ มอไซค์ไม่แข็งนะครับ เพราะ ค่อนข้างชันและมืดมาก

เมื่อบริจาคเลือดให้ยุงไปพอสมควร ก็กลับลงมาที่บ้านเด็กดอย ทำพีธี บายศรีสู่ขวัญ รับ เด็กดอยจูเนียร์ ที่ไกล้จะออกมาดูโลกแล้วในตอนนั้น หลังจากเสร็จพีธี ก็ ออกมาเดินเล่นที่ กาดน่าน เป็นคล้าน ถนนคนเดิน ในหลายๆที่ดังๆใน บ้านเรา แต่ที่นี่ ไม่รู้ว่าเพราะมาช่วงหน้าโลว์ รึปล่าว แทบไม่มีคนเดิน แถม ยังปิดก่อนสามทุ่มอีกต่างหาก

เด็กดอย เลยพาไปแวะทานขนมหวาน ร้านอร่อย ป้านิ่ม ไกล้ๆวัดภูมินทร์

ป้านิ่มเปิดขายมาหลายสิบปีแล้ว เรียกว่าขายดิบขายดีจนให้ลูกสาวไปเปิดอีกสาขา ที่ อำเภอปัว ตามประสาคนรู้จัก เพราะ ลูกสาวแก เป็นเพื่อนกับเด็กดอย เลยขอเก็บภาพป้านิ่มมาด้วย ใครผ่านไปอย่าลืมแวะทานได้

ขนมหวานอร่อยๆที่แนะนำก็มี สลิ่ม หอมหวานชื่นใจ มีกล่นเทียน ติดจมูกนิดๆ

อีกหนึ่งเมนูที่แนะนำให้ลองก็คือ บัวลอยไข่หวาน ที่หอมหวานไม่เลี่ยน

ก่อนกลับบ้าน ก็ได้แวะไปเก็บภาพที่ วัดช้างค้ำ ในยามค่ำคืน เพราะ เป็นวัดเดียวที่เปิดไฟ ในตอนกลางคืน ในเมืองน่านนั้นเงียบสงบจริงๆ แทบจะไม่มีรถราวิ่งผ่านเลย ในเวลานั้น ปะมาณ สามทุ่ม เท่านั้นเอง

เสน่ห์ ของ น่าน อยู่ที่ ความเงียบสงบ และ วัฒนธรรมและพระพุทธศาสนา ที่ยังแข็งแกร่ง อยู่ในจิตใจของคนท้องถิ่น หลายๆคนกลัวว่า น่าน จะเปลี่ยนไปแบบ ปาย หรือ เชียงคานหรือไม่ ในความคิดผมเปลี่ยน นะเปลี่ยนแน่นอนแต่ คงไม่รวดเร็วแบบ นั้นแน่นอน ความโชคดี อีกอย่างของน่าน คือ แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ที่ดังๆ ได้ กระจายตัวกันอยู่ แต่ละอำเภอ ไม่กระจุก อยู่ที่ใดที่หนึ่ง ทำให้ นักท่องเที่ยว กระจายตัวกันออกไปด้วย ยังไงซะ ผมก็ได้หลงรักเสน่ห์เมืองน่าน และ คนน่านไปแล้ว อย่างน้อยก็สองคนละ คือ เด็กดอย และ เด็กดอยจูเนียร์ ที่อยู่ในท้อง วันนี้ขอลาด้วยภาพปิดภาพนี้ ครั้งต่อไปขอพาไปลง ทะเล บ้างครับ

ตามมาเที่ยวน่านด้วยคน คิดถึงน่านจัง

เห็นแล้วนึกถึงบรรยากาศเก่าๆเมื่อครั้งที่ไปเยือนเมืองน่าน ภาพสวยไม่ผิดหวังเหมือนเดิมครับ

คุณpoopack - ขอบคุณครับ เมืองน่านเงียบสงบผมกำลังจะมีโอกาสไปเยือนอีกครั้งครับ

หลังน้ำท่วมยังจะสวยแบบนี้ไหมนะ

น่าจะยังสวย เพราะ ไม่มีอะไร เสียหายมากครับ

ผู้แต่ง
“ tummeng ”

ช่างภาพ
“ tummeng ”