บทความ
"อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาน"~สุดสายปลายถ้ำ ณ ทางรถไฟสายเหนือ~

ลำพูน

2011-07-10 14:01:21


ช่วงฤดูฝนแบบนี้หลายๆคนอาจยังคิดไม่ออกว่าควรจะไปเที่ยวที่ไหนดี ด้วยเพราะสภาพอากาศที่ไม่รู้ว่าฝนจะตกลงมาเมื่อไหร่นั้นอาจทำให้เที่ยวไม่สนุกเท่าที่ควร แต่ใครจะรู้เลยว่า การเดินป่าหน้าฝนนี่แหละ สนุกที่สุดแล้ว!! ว่าแล้วก็จัดการหาแนวร่วม โดยการเดินทางครั้งนี้มีสมาชิกทั้งหมด6ชีวิตด้วยกัน ในตอนแรกตั้งใจว่าจะไปกางเต๊นท์นอน แต่ "ยักษ์" 1ในแนวร่วมท้วงขึ้นมาว่า "ถ้าฝนตกล่ะ?" นั่นสิ..แล้วยักษ์ก็ให้ความเห็นต่อไปอีกว่า "ไปพักที่บ้านพักมิชชันนารี ตรง ย.3กันดีกว่าราคาไม่แพงแค่คนละ100บาทต่อคืน" โดยที่ยักษ์อาสาที่จะเป็นคนติดต่อให้ สมาชิกทุกคนเห็นพ้องต้องกันตามนั้นจึงตกลงตามที่ยักษ์เสนอ ถัดจากเรื่องที่พักก็มาถึงเรื่องการเดินทาง แน่นอนว่าการเดินทางครั้งนี้ต้องไปด้วยรถไฟ!! และสิ่งที่ทุกคนมีความต้องการตรงกันอย่างแรงกล้า นั่นก็คือรถไฟต้องเป็นรถไฟฟรีเท่านั้น!! หลังจากที่ดูตารางเวลารถไฟจึงได้เวลารอบคือ ออกจาก กทม 14.00 น. เมื่อได้เวลารถไฟที่แน่นอนจึงทำการนัดแนะกันที่สถานีรถไฟหัวลำโพง ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่มีใครรู้เลยว่าถึงจะเป็นรถไฟฟรีก็ต้องไปจองตั๋ว เพื่อที่จะเอาที่นั่ง..ใช่แล้ว เราไม่มีที่นั่ง ต้องเล่นเก้าอี้ดนตรีนั่งบ้างยืนบ้างกว่าจะได้นั่งแบบเต็มตูดก็ประมาณตี1 จากนั้นประมาณตี5เกือบๆ6โมงเช้า รถไฟก็เข้าเทียบท่าที่สถานีขุนตาน.. หมายเหตุ : ชื่อของอุทยานแห่งชาติดอยขุนตาน บ้างสะกดว่า "ขุนตาน" ไม่ก็ "ขุนตาล" ในที่นี้ขอยึดตามกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

หลังจากที่ลงรถไฟ ก็ได้อาศัยห้องน้ำในสถานีรถไฟล้างหน้าแปรงฟันกันไปตามสภาพหาของกินรองท้องเตรียมร่างกายให้พร้อมแล้วออกเดินทางทันที^^

แต่ก่อนหน้านั้น ขอเดินไปสำรวจอุโมงค์กันแบบระยะประชิดซะก่อน.. อุโมงค์ขุนตานแห่งนี้บัญชาการโดย พลเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยาการ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน มีนายช่าง ชาวเยอรมันชื่อ เอมิล ไอเซนโฮเฟอร์เป็นผู้ควบคุมการก่อสร้าง โดยใช้เวลาก่อสร้างทั้งหมดนาน 11 ปี อุโมงค์ขุนตานแห่งนี้เป็นอุโมงค์ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย มีขนาดกว้าง 5.20 เมตร สูง 5.50 เมตร และยาว 1,352.15 เมตร.. จะสาระไปไหน?

หลังที่เดินเที่ยวบริเวณอุโมงค์ขุนตานกันจนจุใจ ก็ได้เวลาออกเดินทางกันแล้ว^^

ยักษ์ 1ในสมาชิกที่เคยเยือนที่นี่มาก่อน อาสาพาไปทางลัดที่ใกล้แต่ลำบากกว่าปกติ เมื่อเพื่อนๆถามว่ารู้จักทางลัดแบบนี้ได้ยังไง ยักษ์ก็ให้เหตุผลว่า "คราวที่แล้วที่มา ลองเดินตามหมามันไปเรื่อยๆ เลยรู้ว่าเป็นทางลัด" อืม....

เมื่อเดินมาเรื่อยๆกันจนถึงจุดที่ทำการอุทยาน เราก็มาเจอกับเส้นแบ่งเขตจังหวัดระหว่างลำพูนกับลำปาง ..นี่สินะต้นเหตุที่ทำให้หลายๆคนเถียงกันว่าที่นี่อยู่ในจังหวัดลำพูนหรือลำปาง โอเค ตอนนี้ใครที่เถียงกันไม่ต้องเถียงกันแล้วนะเพราะถูกทั้งคู่

ระหว่างทางเดินไป ย.1 เราไปเจอกับอุโมงค์ขุนตานจำลองด้านในทำเป็นอุโมงค์ขนาดเล็กที่สามารถเดินทะลุไปอีกฝั่งได้

ผลพวงจากการที่เดินไปในเส้นทางที่ไม่ปกติ เกิดอุบัติเหตุเล็กน้อย แต่ไม่ร้ายแรงพอให้หวาดเสียวกันเล่น

บันไดที่ทุกคนเห็นตรงกันว่า มันคือบันได "The Lord of the Rings" เป็นบันไดที่เราต้องเดินก่อนที่จะขึ้นไปเจอ ย.1

เมื่อเดินมาถึง ย.1 สิ่งแรกที่เราจะเจอคือบ้านไม้สีเหลืองแสบตาหลังใหญ่ บ้านหลังนี้เป็นเรือนพักรับรองของกรมหลวงกำแพงเพชรอัครโยธิน ผู้บัญชาการงานก่อสร้างอุโมงค์ขุนตานแห่งนี้

โฉมหน้าของสุนัขนำทางของเรา.. ทริปนี้โชคดีเพราะมีไกด์นำทางท้องถิ่นคอยเดินเป็นเพื่อนกันตลอด ทำหน้าที่ได้ดีมากแม้แต่ช่วงเวลาที่พวกเราหยุดพัก เพราะเจ้าไกด์นำทางตัวนี้จะคอยเห่าเรียกจนกว่าพวกเราจะออกเดิน ....

บันไดระหว่างทางอีกที่หนึ่ง มอสขึ้นจนเขียวครึ้มเพราะอยู่ในช่วงหน้าฝน ถ้ามาหน้าหนาวเราคงไม่ได้เจอภาพแบบนี้^^

สภาพทางเดินจาก ย.1 ไป ย.2 และ ย.3 เขียว ครึ้ม ร่มรื่นตลอดระยะทาง 4-5 กิโลเมตรที่เดิน

ทางเดินเป็นทางราบ ขึ้นเนินกันไปแบบเรื่อยไม่ลำบากมาก

สองข้างทางที่ครึ้มไปด้วยต้นไม้

คราบของแมลงที่ลอกทิ้งไว้ ระหว่างทางเดินป่า ..ตัวเบิ้มมาก

ภาพทิวทัศน์ที่จุดพักเหนื่อย ที่ทำให้พวกเราลืมเหนื่อยกันไปซะสนิท

ในที่สุด..เราก็เดินทางมาถึง ย.3 บ้านพักของมหาวิทยาลัยพายัพ ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวทั่วไปเข้าพัก สมัยก่อนที่นี่เป็นบ้านพักคณะมิชชันนารีอเมริกันคริสตจักร สร้างไว้สำหรับมาพักผ่อนในช่วงเดือนเมษายนของทุกปี.. บ้านพักที่นี่ดีเกินความคาดหมาย มีห้องน้ำหลายห้อง แต่มีข้อจำกัดเรื่องการใช้ไฟฟ้า เนื่องจากต้องปั่นไฟใช้เองจึงมีไฟให้ใช้ตั้งแต่เวลา6โมงเย็นถึง3ทุ่มเท่านั้น

เสบียงสำหรับประทังชีวิตทั้งหมดที่แบกขึ้นมาด้วยความยากลำบาก ถูกนำมากองรวมไว้แล้วแบ่งกินกันเป็นมื้อๆไปเพราะบนนี้ไม่มีอะไรให้กินเลยนอกจากเกาลัดดิบที่ยืนต้นเต็มป่าไปหมด

โฉมหน้าลูกเกาลัด ที่ยืนต้นกันอย่างแออัดในป่าขุนตาน ได้แค่มองแต่กินไม่ได้เพราะมันดิบ จะคั่วกินกันเองตอนนั้นเลยก็ใช่ที่.. เพราะฉะนั้นถ่ายรูปเก็บไว้ดูเฉยๆดีกว่า

หลังจากที่นอนกลิ้งเกลือกกันจนหายเหนื่อยแล้วก็ถึงเวลาเดินขึ้นไปชมพระอาทิตย์ตกบนยอดดอยที่ ย.4 ระยะห่างจาก ย.3 ประมาณ 1 กิโลเมตร ฟังดูเหมือนใกล้.. ใช่แล้วมันใกล้ แต่ตลอดระยะทาง1กิโลเมตรเราต้องเดินขึ้นเนินกันตลอด และเพราะเรามากันในฤดูฝน ทางที่เราเดินกันจึงมีหญ้าขึ้นคลุมทางไปตลอดทาง ใครใส่ขาสั้นก็โดนหญ้าลูบขากันไปตามอัธยาศัย

วิวข้างทาง ระหว่างทางเดินขึ้นไป ย.4

ถึงแล้ว!! ยอดดอยขุนตาน.. แต่น่าเสียดายในวันที่เราไปฟ้าปิด หมอกเต็มฟ้าไปหมด ทำให้มองไม่เห็นพระอาทิตย์ตก นอกจากจะมองไม่เห็นพระอาทิตย์ตกแล้ว ยังจะแถมฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก แต่..ก็มาเที่ยวหน้าฝนนี่นา^^

ทุกคนเดินตากฝนกลางป่ากลับที่พักกันอย่างเริงร่าเพราะไม่เคยเจอบรรยากาศแบบนี้มาก่อน..

เมื่อกลับถึงที่พักก็อาบน้ำท่ามกลางอากาศเย็นยะเยือก กินอาหารที่เตรียมมาจากนั้นทุกคนก็สลบกันไปแบบไร้สติ.. หลังจากตื่นนอนก็ต้องตกใจเพราะบ้านพักที่นี่สามารถมองเห็นทะเลหมอกได้จากเตียงกันเลยทีเดียว!!

ภาพทะเลหมอกจากหน้าต่างข้างเตียงในช่วงเวลาที่พระอาทิตย์เริ่มออกทำงานแล้ว..

หลังจากที่พวกเราบันเทิงเริงใจกับทะเลหมอกในตอนเช้ากันจนจุใจแล้วก็ถึงเวลาที่จะต้องเตรียมตัวเดินทางกลับกันซักที "อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาน"^^ ....อย่าเพิ่งคิดว่าจะจบทริปแค่นี้ ครั้งนี้เราได้ผู้อุปการะคุณเป็นผู้ปกครองของสมาชิกในทริปที่เป็นชาวเชียงใหม่มารับเราถึงที่ทำการอุทยาน เพื่อพาเราไปส่งขึ้นรถที่ขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ แต่ก่อนหน้านั้นช่วงเวลากลางวัน ท่านก็ใจดีพาเราไปเที่ยวที่ต่างๆด้วย

สถานที่ ที่พวกเราได้แวะเวียนหลังจากที่ลงมาจากดอยขุนตานคือ วัดพระธาตุหริภุญชัย จ.ลำพูน เราแวะสักการะและทานอาหารกลางวันกันที่นี่ก่อนที่จะไปสถานที่ถัดไปนั่นก็คือ..

"อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์" ที่นี่เราเริ่มต้นจาก น้ำตกวชิรธาร ในช่วงฤดูฝนแบบนี้น้ำที่ตกลงมา มีมากซะจนกระเซ็นเป็นละอองใส่ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่บริเวณรอบน้ำตกอย่างไม่มีการละเว้นกันเลยทีเดียว..

จากที่ตั้งใจกันว่าจะขึ้นไปชมวิวที่ยอดดอย ก็ทำได้แค่แวะสักการะกันที่พระธาตุนภพลภูมิสิริ ด้วยเพราะฝนที่ตกปรอยๆตลอดเวลาและหมอกที่ลงหนามากทำให้ทัศนวิสัยในการขับรถไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก จะขึ้นไปข้างบนก็แลดูจะเสี่ยงกับชีวิตจึงตัดสินใจกันว่าไปแค่พระธาตุฯ ก็พอ จากนั้นก็เตรียมตัวเดินทางกลับกรุงเทพฯ ด้วยรถของนครชัยแอร์ ที่ขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ บ๊ายบายของจริงกันละทีนี้..^^

ยังไม่จบ~~ จากสภาพอากาศที่เกิดขึ้น ทำให้เกิดความอาฆาตส่วนตัวว่าจะต้องกลับมาซ่อมที่นี่ในฤดูหนาวอีกแน่นอน!! บ๊ายบาย "อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาน" บ๊ายบาย "อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์" และบ๊ายบาย "เชียงใหม่" ^^ ไว้เจอกัน!!

@เฮียกวางก่งก๊ง จะไปซ่อมเมื่อไหร่อย่าลืมเรียกด้วยนะคร้าบบ

@poopack ไม่ลืมแน่นอน!! ^^

มาแล้วๆๆๆๆ รีวิวนี้ที่รอคอยยยยย

มีหมาเดินนำจริงๆนะเออ...คิดราคาไม่แพง ปลากระป๋อง แค่ ป๋องเดียวเท่านั้น ไว้ไปซ่อมแล้วเรียกด้วยเด้อ อยากไปด้วยคร๊าบ

ทางเดินเขียวมากครับ ชอบทะเลหมอกที่เห็นได้จากบ้านพักสวยมากๆ

@ คุณ sanctuary ไม่สนใจลองไปเดินซักครั้งไหมครับ

เห็นทีคงต้องไปซ่อมกันอีกซักครั้งแล้วล่ะ ^^

ผู้แต่ง
“ เฮียกวงก่งก๊ง ”

ช่างภาพ
“ เฮียกวงก่งก๊ง ”