บทความ
ทริปที่พักสุดหรู.. กินอยู่อย่างประหยัด ณ ปราณบุรี

ประจวบคีรีขันธ์

2011-07-12 05:26:28


ทริปนี้เป็นการไปปราณบุรี อย่างเป็นทางการครั้งแรก เพราะที่ผ่านมาแอบเที่ยวปราณผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอด (ตามรีวิวเพื่อนนี่แหล่ะ โฮะๆ) รถก็ไม่มีขับไปเอง เงินก็ไม่ค่อยจะมีเพราะใกล้สิ้นเดือน (เหมือนสิ้นใจ) แต่ทำไงได้ คนมันรักที่จะ (หนีงาน) ไปเที่ยวนี่เนอะ^^ ก็ลองมาดูกันว่า "3วัน 2คืน เที่ยวใกล้กรุง แบบไม่มีรถเก๋งคันงามให้ขับไป แต่ได้พักผ่อนในที่พักสุดหรู แล้วยังกินข้าวแต่ละมื้อราคาเหมือนอยู่ร้านแถวบ้าน แต่ความอร่อยสุดยอด!! ทำไปได้ยังไงเนี่ย!!!" เอาล่ะ ทริปนี้เน้นกลิ้งเล่น นอนเล่น เดินเล่น ขี่จักรยานเล่น และถ่ายรูปเล่นๆ รูปเลยอาจจะออกมาไม่ค่อยดีนัก แต่ก็เต็มใจจะนำเสนอให้เพื่อนๆได้ชมกันค่า มามะ ไปเที่ยวปราณบุรี กันดีกว่า.....ตามมาเลยค่า

เมื่อเราไม่มีรถขับไปเอง.... ก็นี่เลยค่ะ "รถตู้" ช่วยคุณได้!! แนะนำเลยค่ะ "รถตู้อนุสาวรีย์ชัยฯ-ปราณบุรี" ส่งตรงถึงรีสอร์ทต่างๆปราณบุรี ในราคาคนละ 250 บาท (ถ้าซื้อตั๋วไป-กลับ มีส่วนลดอีกต่างหาก!!) ขากลับก็มารับคุณถึงหน้ารีสอร์ทด้วย!! วินนี้ถูกกฎหมายนะคะ จะไม่รับผู้โดยสารกลางทางและออกรถตรงเวลาทุกต้นชั่วโมง ไม่รอคนเต็มด้วย ..อย่างวันที่เราไปก็มีแค่ 6 คนในรถเท่านั้น สบ๊ายสบาย

รถที่ใช้ก็เป็นรถใหม่ค่ะ นั่งสบาย ไม่อึดอัด วินนี้จะวิ่งสายนอกค่ะ ผ่านเพชรบุรี ไม่เข้าชะอำ-หัวหิน ตรงยาวถึงปราณบุรีเลยค่ะ ใช้เวลาแค่ 3 ชม.เท่านั้นเอง เวลารถออกจากกทม. 4.00 - 19.00 น. เวลารถออกจากปราณบุรี 4.00 - 20.00 น. edit; เบอร์รถตู้ค่ะ กรุงเทพฯ : 089 171 4844, 085 403 6113 ปราณบุรี : 089 170 4340, 086 764 1559 ((คิวรถที่ปราณบุรี จะอยู่ข้างๆโลตัสปราณนะคะ))

และแล้วก็ถึงแล้วค่าาาาาาาาา "อลีนตา รีสอร์ท" ณ ปราณบุรี (Aleenta Resort Pranburi)" หน้ารีสอร์ทมีที่จอดรถเล็กๆไว้สำหรับรับ-ส่งชั่วคราวเท่านั้นค่ะ ถ้าเพื่อนๆที่เอารถไปเอง สามารถนำรถไปจอดที่ ที่จอดรถของอลีนตาที่อยู่ใกล้ๆได้ค่ะ แล้วทางรีสอร์ทจะมีรถกอล์ฟพามาส่งที่อลีนตาอีกที (เราเล็งจักรยานคันนี้ไว้ตั้งแต่วันแรกที่ไปถึงเลยล่ะ หุหุ)

เข้ามาปุ๊บก็จะเจอส่วน lobby เลย ดูอบอุ่นจัง

นั่งรถมาเหนื่อยๆ ก็มี welcome drink มาต้อนรับให้ชื่นใจด้วยล่ะ เป็นชามะนาวกลิ่นมินท์ รสชาดบอกไม่ถูก ... แต่พูดได้เลยว่า ชื่นจายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย...

ห้องที่เราจองไว้จะเป็น Ocean View Suit มีทั้งหมด 4 type (หน้าตาตามรูปเลยค่ะ) ไม่นับชั้น 3 ห้องบนสุดนะคะ เพราะเป็นห้อง Penthouse ค่ะ Ocean View Suit จะแบ่งออกเป็น; ชั้นล่าง 2 ห้อง - Cumin : มีสระว่ายน้ำเล็กๆ เตียง Queen size - Cannelle : มีอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ เตียง King size ชั้นบน 2 ห้อง - Nutmeg : มีระเบียงใหญ่ sea view เตียง King size - Vanilla : มีระเบียงใหญ่ sea view เตียงเดี่ยว 2 เตียง ห้องที่เราพักคือ "Cumin" ขวามือ ด้านล่างค่ะ

ตอนแรกที่โทรจอง ทางเซลล์ก็บอกว่า เดือนตุลาห้อง ocean view suite จะเต็มเกือบหมดแล้ว เหลือว่างแค่ 2 ช่วง ซึ่งอีกช่วงนึงเราลาไม่ได้จิงๆ เลยเลือกที่จะมาช่วง 21-23 ต.ค. แทน แถมยังได้ห้อง "Cumin" อีกต่างหาก!! เซลล์บอกเหลือห้องเดียว เป็นไปได้ยังไงเนี่ย!!

หน้าห้อง Cumin : Ocean view suite type ไม่อยากจะบอกเลยว่าตอนไปถึง แล้วเห็นสระหน้าบ้าน เราแอบกรี๊ดดดดดด อยู่ในใจด้วยล่ะ ไม่รู้พนักงานที่พาไปที่ห้องจะสังเกตเห็นบ้างรึเปล่า 555+

อีกซักรูปละกัน ... ปลื้มมมมม....

เปิดประตูเข้าไปจะเจอกับโซฟานั่งเล่น และตู้เย็นพร้อมมินิบาร์

มินิบาร์ละลานตามากๆ ..... และที่ประทับใจด้วยอย่างนึงคือ ตอนกลางคืนจะมีน้ำแข็งใส่ไว้ให้ในถังจนเต็มเลย รู้ใจจริงๆๆๆๆๆ

เอาล่ะ มาดูที่ที่เอาไว้กลิ้งเล่นถึง 2 คืนกันบ้าง

เตียงนอน พร้อม greeting card และส่วนลดต่างๆจากทางรีสอร์ท ประทับใจมากๆ ถึงแม้ว่าเราจะไม่มีอาหารเช้า (T_T) แต่เราก็มี Welcome Touch บริการนวดบ่าและศรีษะฟรี 10 นาที ถ้าติดใจมีส่วนลดให้อีก 20% ที่ Spa One ที่สำคัญมี therapist มานวดให้ถึงห้องเลยด้วย

พอช่วงค่ำๆ หลังจากกลับจากทานข้าวเย็น กลับมาห้องก็จะพบเตียงนอนเรากลายเป็นแบบนี้ โอ้วแม่เจ้า!! มันน่านอนมากๆเลยอ่ะ แถมยังจุดเทียนหอม อ่อนๆให้ในห้องด้วย กลิ่นชวนนอนมากกกกกกก zzzZ

ขอกลับมาช่วงกลางวันกันต่อ! หลังจากที่ดื่ม welcome drink คลายร้อนไปแล้ว ก็มี welcome fruite ให้ทานเล่นด้วยล่ะ ตอนแรกเรานึกว่าจะมีผลไม้ทานแค่วันเดียว ที่ไหนได้ที่อลีนตา พอช่วงบ่ายๆของอีกวันก็มีพนักงานเอาผลไม้มาให้ทางเล่นอีกด้วย แต่จะเปลี่ยนเป็นผลไม้ชนิดอื่นแทน อีกวันเราได้ส้ม-ชมพู่-ฝรั่ง ^^ นอกจากผลไม้ที่มีให้ทานแล้ว ช่วงเย็นๆ ประมาณ 4 โมงก็จะมีอาหารว่างมาให้ทานอีกด้วย!! วันแรกได้เป็นโรล... (อะไรสักอย่าง) จำชื่อไม่ได้อ่ะ คล้ายๆปอเปี๊ยะ ส่วนวันต่อมาได้เป็นเกี๊ยวทอด ^^ และน้ำดื่มก็ยังมาเติมให้ตลอดด้วย (เราเป็นคนกินน้ำซะเยอะด้วย)

และนี่เลย ipod เสียงเพลงที่กล่อมเราทุกคืน มีแต่เพลงเพราะๆ สไตล์ jazz, blue, bossanova สลับกันไป ฟังเพลินดีค่ะ อ้อ! ตอนเปิดเข้าไปในห้องทางรีสอร์ท เปิด ipod คลอเพลงเบาๆไว้ในห้องรอเราอยู่แล้วล่ะ ประทับใจอีกแล้วง่า

ภาพรวมๆ กับ facility ที่ทางรีสอร์ทมีไว้ให้

ถัดมาจะมีตู้เสื้อผ้าไม้คลาสสิคค่ะ ข้างๆกันเป็นร่มค่ะ มี 2 อัน และรองเท้าฟองน้ำใส่เข้าห้องน้ำอีก 2 คู่ ขออนุญาตเปิดด้านในให้ชมกันนะคะ ภายในตู้ที่เห็นกลมๆนั่นคือ มุ้งค่ะ ที่ทางรีสอร์ทจะมากางให้ช่วงค่ำ แล้วก็มีชุดคลุมอาบน้ำ 2 ชุด / ชุดนอน 2 ชุด / รองเท้าสลีปเปอร์ใส่ในห้อง 2 คู่ / เบาะไว้เล่นโยคะ / กระเป๋าสานสีเหลืองไว้ใส่ของไปเดินเที่ยว และ ตู้เซฟ ค่ะ

เอาล่ะ มาดูห้องน้ำกันบ้าง... ห้องน้ำแบ่งออกเป็น 3 ส่วนย่อยค่ะ เปิดเข้าไปจะเจอส่วนอาบน้ำ เป็น rain shower น้ำเย็นไม่ค่อยแรงมาก แต่น้ำอุ่นนี่แรงสะใจดีค่ะ ส่วนต่อมาจะเป็นอ่างล้างหน้า ถัดไปเป็นที่ปลดปล่อยความเครียดค่ะ เสียดายไม่มีสายชำระ อ้อ! ตรงส่วนอ่างล้างหน้ามี สบู่ล้างมือ (ก้อนกลมๆเหมือนดราก้อนบอลนั่นแหล่ะค่ะ), คัตตอนบัด, แปรงสีฟัน, หมวกคลุมอาบน้ำ, ผ้าเช็ดตัวผืนเล็ก-ใหญ่อย่างละ 2 ผืนไว้ให้ด้วยค่ะ แล้วก็ไดร์เป่าผมจะอยู่ในลิ้นชักซ้ายมือนะคะ (เราเกือบหาไม่เจอแน่ะ!!~)

ถ่ายจากเตียงมองออกไปหน้าห้องค่ะ

เปิดประตูปลายเตียงออกไป จะเจอกับสระน้ำ ขวัญใจของเรา

พอตกกลางคืน เพื่อความเป็นส่วนตัวก็เอาม่านลงค่ะ ในอ่างเป็นน้ำอุ่นค่ะ สบายตัวมากๆ คราวนี้แหล่ะ เต็มที่เลย สระจากุชชี่ของช้านนนนนนน

อีกซักรูป จากุชชี่ มายเลิฟ แต่ระบบของห้องนี้ถ้าเปิดประตูทิ้งไว้เกิน 2 นาทีแอร์จะตัดค่ะ เราเลยไม่สามารถเปิดประตูทิ้งไว้ได้ ขณะเล่นน้ำ แต่ก็ดีค่ะ กันยุงด้วย

พอเล่นน้ำจนหนำใจแล้ว ก็ปิดระบบทำน้ำอุ่นและไฟ เพื่อลดโลกร้อนค่ะ (มีปุ่มบังคับอยู่ในห้องค่ะ ถ้าต้องการจะใช้สระอีกก็กดใหม่ได้) ปุ่มใช้งานง่ายค่ะ สะดวกดีค่ะ อยากมีอย่างงี้ที่บ้านซักสระ-สองสระ เหอเหอ..... (เพ้ออีกแล้วเรา 555+) ที่ไหนได้หันไปเจอโอ่งมังกรตั้งไว้หลาเลยค่า ตักอาบๆ สะใจกว่าเนอะ!! 555~

มาดูนอกห้องกันบ้าง หลังจากที่เอาม่านลงแล้ว

วิวจากหน้าห้อง ... แอบเห็นทะเลด้วย sea view เล็กๆ แต่กล้องกะโหลกกะลาของเราถ่ายออกมาแล้วไม่เห็นอ่ะค่ะ ส่วนห้อง type อื่นๆทุกห้องจะเป็น sea view แบบเต็มๆเลยนะคะ อาจเป็นเพราะเหตุผลนี้รึเปล่าที่ ocean view suite type ถึงราคาถูกที่สุดเลย....

และอีกหนึ่งบริการจากอลีนตา ทุกเช้าจะมีข่าวสารมาส่งให้ถึงห้อง อาจเป็นเพราะที่นี่ไม่มีโทรทัศน์ รึเปล่าหว่า ?!?! แต่ขอบอกว่าที่อลีนตา wifi แรงและเริ่ดมากค่ะ ดูละครหลังข่าวได้ไม่มีสะดุด 5555+ ใครจะเอา note book ไปแนะนำเลยค่า

ชุดที่ทางรีสอร์ทมีให้เปลี่ยนค่ะ เอามาใส่นอน สบายมากๆเลย

เอาล่ะ สำรวจนอกห้องกันบ้างดีกว่า... ทางเดินหน้าห้อง ไปล้อบบี้จ้า... ตอนกลางคืนมีตะเกียงมาวางไว้ตามทางเดินด้วย เก๋เก้มากๆ

ชั้น 2 ของล้อบบี้ จะเป็นส่วนของห้องอาหารและบาร์ .... จริงๆทางอลีนตา มี vocher : buy 1 get 1 drink ด้วยค่ะ แต่เราไม่ได้ไปใช้บริการ เพราะเป็นช่วงที่เราไม่อยู่รีสอร์ทน่ะค่ะ (16.00 - 19.00 น.)

ที่นี่มีทั้งอาหารไทยและอินเตอร์เนชั่นแนลให้บริการค่ะ ดูจากเมนูหน้าตาน่าทานทั้งน้านนนน แต่เบี้ยน้อยค่ะ เราเลยต้องตัดใจไม่ได้ทานที่อลีนตาซักมื้อเลย สัญญาเลยว่าคราวหน้าจะต้องไปลองให้ได้ค่ะ!! เพื่อนๆคนไหนที่ลิ้มรสอาหารที่นี่มาแล้ว เชิญเม้นท์ได้เต็มที่เลยค่า

และในชั้น 2 ยังมีสระว่ายน้ำเล็กๆ sea view น่าลงเล่นมากๆอีกด้วยค่ะ

ชั้นบนสุด ชั้น 3 เป็นห้องนวดตัวค่ะ .... sea view นะคะ.... แต่กล้องเราถ่ายไม่เห็นสีน้ำทะเลเลย เศร้าจิตจิงๆ

แต่ถ้าถ่ายอีกมุมนึง บนห้องนวดตัว ก็จะได้วิวแบบนี้ค่า

เอาล่ะ... ลงมาเดินเล่นชายหาดกันบ้าง.... ด้านหน้ารีสอร์ทค่ะ หาดปราณบุรี สวยมากๆเลยนะคะ แม้ว่าทรายจะไม่ขาวเหมือนหัวหิน แต่ก็ได้ความสงบจากบรรยากาศเป็นตัวช่วยได้ดีมากๆค่ะ แถมยังมีวิวจากเขากะโหลกให้ถ่ายรูปไม่รู้เบื่อด้วยค่ะ ^^ หลงรักซะแล้ว ปราณบุรี ....

จากหาดทราย.... มองย้อนกลับไปอลีนตาค่ะ

นี่คือห้อง Pool Suite ที่แสนจะคุ้นตาของหลายๆคนค่ะ เป็นห้องกลมๆอยู่ติดหาดเลย เปลน่านอนจริงๆ

วิวจากเปลหน้าห้อง Pool Suite โอ้ววว ทะเลแสนงาม ฟ้าสีครามสดใส...~

แอบถ่ายในห้องเค้ามาด้วย อิอิ ^^ วันที่ไป คืนแรก ocean view suite ที่เราพักเต็มทั้ง 4 ห้องเลยค่ะ แต่ Pool Suite ว่างทุกห้องเลยค่ะ เลยแอ๊บเนียนๆไปถ่ายมา 55+

Pool Suite ก็ต้องมีสระน้ำล่ะนะ ที่อลีนตาเห็นมีสระน้ำส่วนตัวเกือบทุกห้องเลยนะคะ ยกเว้น ocean view suite นี่แหล่ะที่จะมีแต่ห้องเราห้องเดียว และขนาดสระก็มีแตกต่างกันไป...

แต่ขอเม้าท์ ไม่รู้มั่วรึเปล่า รู้สึกว่าสระห้องเราจะใหญ่กว่าห้องอื่นๆล่ะ โฮะๆๆ ดูกันชัดๆ กับสระห้อง Pool Suite เค้าล่ะ

กับบรรยากาศหน้าห้อง Pool Suite..... เริ่ดมากๆ สมราคาจิงๆ

sea view กันอีกซักรูป ชอบจริงๆ มุมนี้

มาต่อกันเลยที่ห้อง Beach House มี 2 type คือ Earth และ Sky ห้องนี้คือ Earth จะอยู่ด้านล่างนั่นเอง

อีกมุมนึงของ Beach House เป็น sea view เต็มๆทั้ง 2 ห้อง ชั้นบนจะเป็นห้อง Sky ไม่แน่ใจว่ามีสระน้ำด้วยรึเปล่า.... แต่ไม่น่าจะมีนะ เราว่า แต่มีดาดฟ้าไว้ให้สวีทด้วยอ่ะ

และห้องนี่คือห้องพักแบบสุดท้ายของอลีนตา... "Palm Pool Suite" ค่ะ sea view ทุกห้องอีกเช่นกัน

ชัดๆ กับ "Palm Pool Suite" : มีสระน้ำด้วยทุกห้องเช่นกัน ความแตกต่างระหว่าง Palm Pool Suite กับ Pool Suite นอกจากจะเป็นลักษณะห้องที่เป็นเหลี่ยมกับกลมแล้ว น่าจะเป็นที่ Palm Pool Suite ดูจะเป็นส่วนตัวมากกว่านะ เราว่า.... ทั้งๆที่เป็นห้อง sea view เหมือนกัน

มาดูเพื่อนบ้านใกล้เคียงกันบ้าง.... หันหลังให้ทะเล แล้วมองไปทางซ้าย.... คือ "ปราณ ฮาวาน่า" (ถัดจาดปราณ ฮาวาน่า จะเป็นหัวปลี เลซี่บีช)

และหันหลังให้ทะเล มองไปทางขวาบ้าง.... ไม่รู้จะเป็นที่พักส่วนตัวหรือรีสอร์ทเปิดใหม่รึเปล่า มิได้บอกกล่าวค่ะ แต่ก็ดูเก๋เก้ไม่เบา... ที่พักปราณบุรีมีแต่เริ่ดๆ ทั้งนั้น เดินดูได้ไม่เบื่อเลยค่ะ

มองไปทางขวาอีก.... นี่เลย คุ้นเนอะ.... สีสันสะดุดตาบนหาดปราณบุรี รีสอร์ทน้องใหม่ แต่ไฮโซสุดๆ นามนั้นคือ... วิลล่า มาร็อค ... เจ้าค่ะ ^^ ขอเก็บภาพมาฝากซักรูปละกันเนอะ....

เมื่อรู้จักเพื่อนบ้านกันไปแล้ว คราวนี้มาดูกันว่า ทำไมทริปนี้ถึงได้กินอยู่อย่างประหยัดกันนัก!! มาเที่ยวทะเลนะ.... ก็ต้องกินอาหารทะเลสิ จะกินอยู่ยังไงล่ะเนี่ย ดูรีสอร์ทแต่ละที่สิ สวยกันทั้งนั้น ราคาก็สมกับความสวยทั้งนั้นนนนน... ขั้นแรก... โชคดีมากที่อลีนตา มีจักรยานให้เรายืมขี่เล่นค่ะ ถึงแม้จะเป็นจักรยานรุ่นคุณป้าขี่ไปจ่ายตลาด แต่ก็ได้บรรยากาศไปอีกแบบนะคะ การมีจักรยานฟรีให้ขี่ ถือว่าประหยัดไปได้มากๆ เพราะไม่ต้องเอารถไปเอง ก็เที่ยวได้ และเป็นการออกกำลังกายริมทะเลไปในตัวด้วยค่ะ ^^ แต่ถ้าจะเช่ารถมอเตอร์ไซด์ขี่ก็ไม่ว่ากันนะคะ มีค่ะ ราคาอยู่ที่ประมาณ วันละ 200 บาทค่ะ เราว่าไม่แพงเลยนะคะ แต่เราไม่ค่อยเน้นออกไปเที่ยวเท่าไหร่ เน้นนอนกลิ้งเล่น ถ่ายรูปเล่นอยู่ในรีสอร์ทดีกว่าค่ะ

สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง ที่สามารถขี่จักรยานไปได้ ..... นี่เลย... "เขากะโหลก" ค่ะ จากอลีนตา ระยะห่างน่าจะอยู่ที่ประมาณ 2-3 กม.ได้ค่ะ ขี่จักรยานไปเรื่อย ยังไม่ค่อยเรียกเหงื่อได้เท่าไหร่ ก็ถึงแล้วค่า

แล้วก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยว อย่าง "ศูนย์ศึกษาเรียนรู้ระบบนิเวศน์ป่าชายเลน สิรินาถราชินี" ด้วยค่ะ แต่เรารู้เมื่อสายไปแล้วค่ะ จะกลับกันแล้ว เลยอดไปเลย ก็เลยได้ใช้ประโยชน์จากจักรยานปั่นไปร้านอาหารแทนค่ะ วันแรก... เลือกร้านอาหารใกล้ๆอลีนตา ก่อนละกัน.... นี่เลย "ร้านต้นโต" ร้านบรรยากาศดีมากๆค่ะ ริมทะเลเลย อาหารก็อร่อย ที่สำคัญไม่แพงอย่างที่คิดค่ะ!! ที่เห็นในรูป มื้อใหญ่นั้น ราคาทั้งหมด 295 บาทค่ะ เป็นไงคะ สมราคามั้ย หลังจากติดใจรสชาดอาหารมื้อค่ะ พอกลางวันก็เลยมาฝากท้องที่ต้นโตอีกรอบค่ะ สั่งอาหารจานเดียวกันแทน ข้าวผัดทะเลกับกะเพราะกุ้ง และน้ำ1ขวด ราคา 95 บาทค่ะ!!

แอบถ่ายเมนู ร้านต้นโต มาให้เบิ่งกัน.... เราว่าราคานี้ไม่แพงเลยนะคะ สำหรับอาหารทะเล อยู่ริมทะเล บรรยากาศดีๆ และที่สำคัญมันอร่อยด้วยนี่สิ!!

พอคืนที่ 2 ไฟแรง..... ปั่นจักรยานไป "ปากน้ำปราณ" ค่ะ ด้วยความที่ไม่เคยไป และคนที่ไปด้วยบอกว่า "ไม่ไกลหรอก ..อีกนิดเดียวก็จะถึงแล้วเนี่ย..." ก็เลยโดนหลอกปั่นไป 8 กิโล ไปกลับรวม 16 กิโล O_o!! โอ้ว..แม่เจ้า!! ถึงแล้วปากน้ำปราณ เป้าหมายคือ "ร้านอาหารโอเอ๊กซ์ ซีฟู้ด" ค่ะ มื้อนี้มีปลาทอดน้ำปลาด้วย เลยแพงหน่อย และที่น่าเสียดายคือเมนูล่างขวาค่ะ "ทอดมันกุ้ง" แต่หน้าตาเหมือนเอ็นไก่ทอดมากๆ พอกัดไปแล้วไม่มีกุ้งเลยค่ะ เราเลยขอคืน ซึ่งทางร้านก็ดีค่ะ ไม่ว่าอะไร เราก็เลยทานแค่ 2 อย่าง เพราะจะสั่งเพิ่มอย่างอื่นก็ไม่มีค่ะ มื้อนี้หมดไป 460 บาทค่ะ (กับข้าว 2 อย่าง) ถ้าเทียบกันแล้วเราชอบรสชาดอาหารคืนแรกมากว่าค่ะ ... ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน ...

จริงๆอยากจะยั่วน้ำลาย อีกซักมื้อ แต่น่าเสียดายลืมถ่ายรูปไว้ค่ะ เป็นมื้อสุดท้ายก่อนกลับกทม. ชื่อร้าน "เจ๊ติ๋ม" ค่ะ อยู่เยื้องๆกับอลีนตาเลย พอดีว่ามันรีบๆเลยไม่ได้หยิบกล้องออกไป อดยั่วน้ำลายกันเลยค่ะ >_< ร้านเจ๊ติ๋ม... เป็นอีกร้านไม่แพงนะคะ ราคาพอๆกับร้านต้นโตเลย อาหารจานเดียว ราคาอยู่ที่ 40-50 บาท ถ้าพวกกับข้าวก็มีตั้งแต่ราคา 80 - 400 บาทค่ะ ส้มตำ ลาบ ก็มีนะคะ ^^ ....ไม่มีรูปร้านเจ๊ติ๋ม..... เลยเก็บภาพที่พัก แถวๆอลีนตามาฝากแทนค่ะ - อนันดาปราณ กับ ต้นโตรีสอร์ทค่ะ

ปิดทริปเรียบร้อยโรงเรียน Gifuto แล้วค่า >_< ขอฝาก "ทริปที่พักสุดหรู.. กินอยู่อย่างประหยัด ณ ปราณบุรี" ไว้ด้วยค่ะ... - ถ้าหากเพื่อนๆยังไม่รู้จะไปเที่ยวไหน - มีเวลา 3วัน 2คืน - ไม่มีรถส่วนตัว - อยากพักผ่อนสบายๆริมทะเล - อยากชิลๆ ใกล้กทม. - ในงบที่สมเหตุสมผล ไม่แพงจนเกินไป อยากให้นึกถึง "ปราณบุรี" ไว้เป็นอันดับต้นๆค่ะ ไม่ผิดหวังจิงๆ ส่งท้ายรีวิว ด้วยรูปนี้ละกันนะคะ..... เจ้าถิ่นปราณบุรีค่ะ

อ๊ะๆๆ.... ลืมสรุปความประทับใจของทริปนี้ไปได้ยังไงเนี่ยยยย.. >_< ความประทับใจข้อแรกของทริปนี้คือ.... 1.ค่าเสียหายอยู่ที่ คนละ 1273 บาทจ้า!!!!*ไม่รวมที่พัก เพราะใช้เช็คช่วยชาติ 2000 บาท อิอิ* ความประทับใจข้อต่อๆมา คือ... 2.การบริการของ "อลีนตา รีสอร์ท" มี service mind และสุภาพมากๆ พนักงานยิ้มแย้มแจ่มใส ทักทายแขกทุกครั้งที่พบหน้า ไม่ว่าจะถาม พูดคุย หรืออยากได้อะไรก็จัดหามาให้ แถมยังมีบริการพิเศษเทียบเท่ากับนักท่องเที่ยวอื่นๆที่จ่ายราคาปกติอีกต่างหาก ไม่มีแบ่งแยก ว่าใครจ่ายแพงจ่ายถูก (มากๆ) ....ถ้ามีโอกาสทั้งเวลาและเงินตรา จะกลับไปอีกแน่นอนค่ะ ^^ .... 3. บรรยากาศทะเลปราณ.... เงียบสงบมากๆ ทะเลเป็นทะเล ฟ้าเป็นฟ้า วิวเขากะโหลกก็เริ่ด แถมยังมีรีสอร์ทเก๋เก้ให้เดินดูเล่นถ่ายรูป ไม่รู้เบื่อ ^^ 4. ร้านอาหาร... หาของกินไม่ยากเลย แถมยังราคาไม่แพงอย่างไม่น่าเชื่อ 5. การเดินทาง... แค่ 3 ชม. จากกทม. จ่ายเพียง 500 บาทไป-กลับ ก็มีคนขับรถมารับ-ส่งคุณถึงรีสอร์ท จะขับรถเองให้เหนื่อยไปทำไม ^^ เมื่อนับข้อดีได้ครบ 5 ข้อแล้ว.... ก็ลองมาเที่ยวปราณบุรี ช่วยชาติกันดีกว่า มาดูซิว่าคุณจะนับข้อดีได้ครบ 5 ข้อรึมากกว่าเรารึเปล่า

ไว้จะไปบ้าง ขอบคุณสำหรับรีวิวดีๆ ภาพสวยๆ ค้าบบบ

เห็นแล้วอยากเที่ยวทะเลปราณฯขึ้นมาทันที

คุณGifutoจัดเต็มมากๆ ทั้งรีสอร์ท ทั้งอาหาร อยากจะไปนอนที่อลีนตาบ้างจังงง

@Richie Wu ไปเมื่อไหร่ชวนด้วย @poopack ไปกันๆๆๆๆ อยากไปอีกๆๆๆ @Choco_Frappe เราเองก็รอเธอจัดเต็ม "Villa Maroc" เหมือนกันนะ

ผู้แต่ง
“ Gifuto ”

ช่างภาพ
“ Gifuto ”